โลโก้ Prompt Library ครูนุ่มเดฟเทค

Prompt Library ครูนุ่มเดฟเทค

prompthub.krudevtech.com

แหล่งรวม Prompt

สำหรับครูและนักพัฒนา

ค้นพบ Prompt ที่หลากหลายเพื่อช่วยในการสอน การสร้างสื่อ การจัดการเรียนการสอน และการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

หมวดหมู่ Prompt

พบ 135 รายการ

ระบบ Login ด้วย Google Account + Google Apps Script
ระบบ

ระบบ Login ด้วย Google Account + Google Apps Script

## บทบาทของคุณ (Role)
คุณคือ Senior Full Stack Developer ผู้เชี่ยวชาญด้าน Google Apps Script (GAS), HTML5, CSS3, Bootstrap 5, JavaScript ES6, Google Sheets และการ Authentication ด้วย Google Account

## งานที่ต้องทำ (Task)
สร้าง Web Application ชื่อ **“Google Account Login System”** สำหรับใช้เป็น Template ระบบสมาชิกกลาง โดยใช้ **Google Apps Script เป็น Backend และ Google Sheets เป็นฐานข้อมูล**

ระบบต้อง **ไม่สร้าง Username/Password เอง และห้ามเก็บ Password ของผู้ใช้** แต่ให้ใช้บัญชี Google ของผู้เข้าใช้งานในการระบุตัวตน และนำ Email ที่ได้ไปตรวจสอบสิทธิ์กับข้อมูลใน Google Sheets

ต้องสามารถนำ Module Login นี้ไปต่อยอดกับ Web App อื่นในอนาคตได้ง่าย

---

## 1. Technology

ใช้เทคโนโลยีดังนี้

- Google Apps Script
- Google Sheets
- HTML5
- CSS3
- Bootstrap 5
- JavaScript ES6
- Font Awesome
- SweetAlert2
- Google Fonts

ออกแบบเป็น Responsive Design รองรับ Desktop, Tablet และ Mobile

---

## 2. โครงสร้างฐานข้อมูล Google Sheets

สร้าง Sheet ชื่อ

`users`

โดยกำหนดหัวคอลัมน์ดังนี้

`id | email | name | role | status | created_at | last_login`

ตัวอย่าง

`1 | [email protected] | ผู้ดูแลระบบ | admin | active | 2026-08-08 10:00:00 |`

`2 | [email protected] | ครูผู้ใช้งาน | teacher | active | 2026-08-08 10:00:00 |`

Role ประกอบด้วย

- `admin`
- `teacher`
- `user`

Status ประกอบด้วย

- `active`
- `inactive`

---

## 3. การตรวจสอบ Google Account

เมื่อผู้ใช้เปิด Web App ให้ระบบตรวจสอบ Email ของ Google Account ที่กำลังเข้าใช้งาน

ฝั่ง Google Apps Script ให้ใช้

`Session.getActiveUser().getEmail()`

จากนั้นนำ Email ไปตรวจสอบกับ Sheet `users`

ต้องตรวจสอบ 3 กรณี

### กรณีที่ 1
พบ Email และ `status = active`

→ อนุญาตเข้าใช้งาน

### กรณีที่ 2
พบ Email แต่ `status = inactive`

→ ไม่อนุญาตเข้าใช้งาน และแสดงข้อความ

“บัญชีของคุณถูกระงับการใช้งาน กรุณาติดต่อผู้ดูแลระบบ”

### กรณีที่ 3
ไม่พบ Email

→ ไม่อนุญาตเข้าใช้งาน และแสดงข้อความ

“บัญชี Google นี้ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใช้งานระบบ”

หาก `Session.getActiveUser().getEmail()` คืนค่าว่าง ต้องจัดการ Error และแสดงคำแนะนำว่าระบบไม่สามารถระบุ Google Account ของผู้ใช้ได้ ห้ามถือว่าผู้ใช้ผ่านการ Login

---

# 4. Loading Screen

เมื่อเปิด Web App ให้แสดง Loading Screen

ข้อความ

“กำลังตรวจสอบบัญชี Google...”

พร้อม Spinner

ระหว่างนี้ให้เรียก Backend เพื่อตรวจสอบบัญชี

ห้ามแสดง Dashboard ก่อนตรวจสอบสิทธิ์สำเร็จ

---

# 5. Dashboard

เมื่อ Login สำเร็จ ให้แสดง Dashboard พร้อมข้อมูล

- รูป Avatar แบบอักษรย่อของชื่อ
- ชื่อผู้ใช้งาน
- Email
- Role
- สถานะ

ตัวอย่าง

“ยินดีต้อนรับ คุณสมชาย ใจดี”

`[email protected]`

`Role: Teacher`

ออกแบบ Dashboard แบบ Modern Minimal สะอาดตา เหมาะกับระบบของโรงเรียนและหน่วยงานราชการ

---

# 6. Role-Based Access Control (RBAC)

กำหนดสิทธิ์ดังนี้

## Admin

เห็นเมนู

- Dashboard
- จัดการผู้ใช้งาน
- เพิ่มผู้ใช้งาน
- รายงาน
- ตั้งค่าระบบ

## Teacher

เห็นเมนู

- Dashboard
- ข้อมูลของฉัน
- บันทึกข้อมูล
- รายงานของฉัน

## User

เห็นเมนู

- Dashboard
- ข้อมูลส่วนตัว

เมนูต้องเปลี่ยนตาม Role โดยอัตโนมัติ

---

# 7. Security สำคัญมาก

ห้ามตรวจ Role เฉพาะ JavaScript ฝั่ง Client

ทุกฟังก์ชัน Backend ที่มีข้อมูลสำคัญ เช่น

- getUsers()
- addUser()
- updateUser()
- deleteUser()
- changeUserStatus()
- changeUserRole()

ต้องตรวจสอบ Google Account และ Role ของผู้เรียกใช้จาก Backend (`Code.gs`) ทุกครั้ง

เช่น ฟังก์ชันจัดการผู้ใช้ต้องอนุญาตเฉพาะ `admin`

หากไม่มีสิทธิ์ให้ Throw Error

`Permission denied`

ห้ามเชื่อค่า `role`, `email` หรือ `userId` ที่ Client ส่งมาเพื่อใช้ตัดสินสิทธิ์โดยตรง

---

# 8. Admin — User Management

Admin สามารถจัดการสมาชิกได้

แสดงตาราง

| ID | Name | Email | Role | Status | Last Login | Action |

สามารถ

- เพิ่มผู้ใช้
- แก้ไขชื่อ
- แก้ไข Email
- เปลี่ยน Role
- Active/Inactive
- ลบผู้ใช้
- Search
- Filter ตาม Role
- Filter ตาม Status

ใช้ Bootstrap Modal สำหรับเพิ่ม/แก้ไขข้อมูล

ใช้ SweetAlert2 สำหรับ Confirm ก่อนลบหรือเปลี่ยนสถานะ

---

# 9. บันทึก Last Login

ทุกครั้งที่ผู้ใช้ผ่านการตรวจสอบและเข้าใช้งานสำเร็จ

ให้อัปเดต

`last_login`

เป็นวันและเวลาปัจจุบัน

รูปแบบ

`yyyy-MM-dd HH:mm:ss`

ใช้ Time Zone

`Asia/Bangkok`

---

# 10. หน้า Unauthorized

หากไม่มีสิทธิ์ ให้แสดงหน้า Unauthorized ที่สวยงาม

แสดง

“ไม่สามารถเข้าใช้งานระบบได้”

พร้อม

- Email ที่ตรวจพบ (ถ้ามี)
- สาเหตุ
- ข้อความให้ติดต่อผู้ดูแลระบบ

ห้ามแสดงข้อมูล Dashboard หรือข้อมูลภายในระบบ

---

# 11. Frontend

สร้างเป็น Single Page Application

ประกอบด้วย

### Header
- Logo
- ชื่อระบบ
- User Profile

### Sidebar
เมนูตาม Role

### Main Content
Dashboard / User Management / Profile

### Footer

`Google Account Login System`

ออกแบบ Responsive

บนมือถือ Sidebar เปลี่ยนเป็น Offcanvas Menu

---

# 12. การเรียก Backend

ใช้

`google.script.run`

พร้อม

`withSuccessHandler()`

และ

`withFailureHandler()`

ทุกครั้ง

ต้องมี Loading State ป้องกันผู้ใช้กดปุ่มซ้ำระหว่างบันทึกข้อมูล

---

# 13. Error Handling

จัดการ Error เช่น

- ไม่สามารถระบุ Email ได้
- ไม่พบ Sheet
- ไม่มีสิทธิ์
- Email ซ้ำ
- ข้อมูลไม่ครบ
- Database Error

แสดง Error ผ่าน SweetAlert2 โดยไม่แสดง Stack Trace หรือข้อมูลภายในที่ไม่จำเป็นแก่ผู้ใช้

---

# 14. Setup Function

สร้างฟังก์ชัน

`setupSystem()`

เมื่อ Run ครั้งแรก ให้ระบบสร้าง Sheet `users` อัตโนมัติหากยังไม่มี

พร้อมสร้าง Header

`id | email | name | role | status | created_at | last_login`

และ Format Header ให้เรียบร้อย

---

# 15. Deployment

เขียนคำแนะนำท้าย Code ว่าต้อง Deploy Google Apps Script อย่างไรเพื่อให้สามารถตรวจสอบ Google Account ของผู้เข้าใช้งานได้อย่างถูกต้อง

อธิบายความแตกต่างของ

- Execute as Me
- Execute as User accessing the web app

รวมถึงข้อจำกัดของ

`Session.getActiveUser().getEmail()`

โดยห้ามรับประกันว่าจะได้ Email ในทุก Deployment/ทุกประเภทบัญชี Google

หากต้องใช้ Google Workspace ของโรงเรียนหรือองค์กร ให้ระบุแนวทางการตั้งค่าที่เหมาะสม

---

# 16. โครงสร้าง Code

สร้างอย่างน้อย

### `Code.gs`

ประกอบด้วย

- doGet()
- setupSystem()
- getCurrentUser()
- authenticateUser()
- requireLogin()
- requireRole()
- getUsers()
- addUser()
- updateUser()
- deleteUser()
- changeUserStatus()
- updateLastLogin()

### `index.html`

รวม

- HTML
- CSS
- JavaScript

ไว้ในไฟล์เดียวเพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้ในการอบรม

---

# 17. สิ่งที่ต้องส่งออกมา

ให้สร้าง Code ที่พร้อม Copy ไปใช้ใน Google Apps Script ได้ทันที

แสดงผลลัพธ์แยกเป็น

## ส่วนที่ 1
`Code.gs`

แสดง Code ฉบับเต็ม ห้ามตัด ห้ามใช้ข้อความว่า “ส่วนที่เหลือเหมือนเดิม”

## ส่วนที่ 2
`index.html`

แสดง Code ฉบับเต็ม

## ส่วนที่ 3
ขั้นตอนสร้าง Google Sheets

## ส่วนที่ 4
ขั้นตอน Run `setupSystem()`

## ส่วนที่ 5
วิธีเพิ่ม Admin คนแรก

## ส่วนที่ 6
ขั้นตอน Deploy เป็น Web App

## ส่วนที่ 7
วิธีทดสอบด้วย Google Account คนละบัญชี

## ส่วนที่ 8
อธิบายข้อจำกัดของ `Session.getActiveUser().getEmail()` และแนวทางแก้ไขหากไม่สามารถอ่าน Email ได้

---

## เป้าหมายสุดท้าย

เมื่อทำเสร็จ Workflow ต้องเป็น

**เปิด Web App**

↓

**Google Account**

↓

**Apps Script ตรวจ Email**

↓

**Google Sheets ตรวจสมาชิก**

↓

**ตรวจ Status**

↓

**ตรวจ Role**

↓

**Admin / Teacher / User Dashboard**

ระบบนี้ต้องออกแบบให้เป็น Authentication Template กลาง สามารถนำไปเชื่อมกับ Web App อื่นในอนาคตได้ โดยไม่ต้องสร้างระบบ Username/Password ใหม่

ระบบขอเบิกพัสดุ-ครุภัณฑ์ พร้อมตรวจสอบยอดคงเหลือแบบเรียลไทม์
ระบบ

ระบบขอเบิกพัสดุ-ครุภัณฑ์ พร้อมตรวจสอบยอดคงเหลือแบบเรียลไทม์

สร้างระบบเว็บแอปพลิเคชันชื่อ

# ระบบขอเบิกพัสดุ-ครุภัณฑ์ พร้อมตรวจสอบยอดคงเหลือแบบเรียลไทม์

ใช้สำหรับสถานศึกษา/หน่วยงานราชการ เพื่อให้บุคลากรสามารถตรวจสอบวัสดุและครุภัณฑ์ที่มีอยู่ ขอเบิก และติดตามสถานะการเบิกได้ โดยผู้ดูแลระบบสามารถจัดการคลังสินค้า อนุมัติรายการเบิก และตรวจสอบยอดคงเหลือได้อย่างเป็นระบบ

## 1. Technology Stack

พัฒนาโดยใช้

* PHP 8.2+ หรือ PHP 8 ขึ้นไป
* MySQL / MariaDB
* PDO Prepared Statements
* HTML5
* CSS3
* JavaScript ES6+
* Bootstrap 5
* Bootstrap Icons หรือ Font Awesome
* SweetAlert2
* DataTables
* Chart.js
* AJAX / Fetch API
* JSON API ภายในระบบ

ข้อกำหนดสำคัญ

* ห้ามใช้ Framework เช่น Laravel, CodeIgniter, Symfony, Yii หรือ Framework อื่น
* ห้ามใช้ CMS
* ใช้ PHP Native + Modular Structure
* แยกส่วนการทำงานเป็น Module อย่างชัดเจน
* เขียนโค้ดให้สามารถนำไปติดตั้งบน Shared Hosting ที่รองรับ PHP 8+ และ MySQL ได้
* ใช้ PDO เท่านั้นในการติดต่อฐานข้อมูล
* ป้องกัน SQL Injection
* ใช้ Session Authentication
* ใช้ CSRF Token กับ Form สำคัญ
* Escape Output เพื่อป้องกัน XSS
* ตรวจสอบสิทธิ์ทุกหน้าและทุก API
* ห้ามเชื่อถือ role ที่ส่งมาจากฝั่ง Client
* ทุกการเปลี่ยนแปลง Stock ต้องทำผ่าน Backend เท่านั้น

---

# 2. แนวคิดระบบ

ระบบต้องมี "คลังกลาง" สำหรับจัดการพัสดุ/วัสดุ/ครุภัณฑ์

ตัวอย่าง

* กระดาษ A4
* ปากกา
* หมึกพิมพ์
* แฟ้มเอกสาร
* อุปกรณ์สำนักงาน
* อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
* วัสดุการเรียนการสอน
* ครุภัณฑ์ต่าง ๆ

ระบบต้องสามารถบันทึก

* รับสินค้าเข้าคลัง
* เบิกสินค้า
* คืนสินค้า
* ปรับยอด
* ยอดคงเหลือ
* ประวัติการเคลื่อนไหว Stock
* รายการรออนุมัติ
* รายการอนุมัติแล้ว
* รายการไม่อนุมัติ
* รายงาน

หัวใจสำคัญคือ

"ยอดคงเหลือต้องถูกคำนวณจาก Transaction และแสดงผลแบบ Real-time"

เมื่อมีการเบิกหรือรับเข้า ยอดคงเหลือต้องเปลี่ยนทันทีโดยไม่ต้องแก้ยอดด้วยมือ

---

# 3. Modular Structure

ออกแบบโครงสร้างประมาณนี้

/config
config.php
database.php
constants.php

/core
Auth.php
Database.php
Session.php
CSRF.php
Validator.php
Response.php
Permission.php

/modules

```
/auth
login.php
logout.php
actions.php

/dashboard
index.php

/users
index.php
create.php
edit.php
actions.php

/categories
index.php
create.php
edit.php
actions.php

/items
index.php
create.php
edit.php
view.php
actions.php

/stock
receive.php
issue.php
return.php
adjustment.php
transactions.php

/requests
index.php
create.php
view.php
approve.php
reject.php
cancel.php

/assets
index.php
create.php
edit.php
view.php

/reports
stock.php
issue.php
receive.php
requests.php
movement.php

/settings
index.php
```

/api
items.php
stock.php
requests.php
dashboard.php

/layouts
header.php
sidebar.php
navbar.php
footer.php

/assets
/css
/js
/images

/uploads

/index.php
/.htaccess
/database.sql
/README.md

สามารถปรับโครงสร้างให้เหมาะสมกับระบบจริงได้ แต่ต้องรักษาแนวคิด Modular Architecture

---

# 4. User Roles

กำหนดสิทธิ์อย่างน้อย 4 ระดับ

## Super Admin

ทำได้ทุกอย่าง

* จัดการผู้ใช้งาน
* จัดการสิทธิ์
* จัดการคลัง
* จัดการพัสดุ
* รับเข้า
* ปรับยอด
* อนุมัติ
* ดูรายงาน
* ตั้งค่าระบบ

## Admin / เจ้าหน้าที่พัสดุ

* จัดการรายการพัสดุ
* รับพัสดุเข้าคลัง
* ตรวจสอบ Stock
* ตรวจสอบคำขอเบิก
* อนุมัติ/ไม่อนุมัติ
* ดูรายงาน

## Approver / ผู้อนุมัติ

* ดูคำขอเบิก
* อนุมัติ
* ไม่อนุมัติ
* ดูประวัติการอนุมัติ

## User / ผู้ขอเบิก

* ดูรายการพัสดุ
* ดูยอดคงเหลือ
* สร้างคำขอเบิก
* ดูสถานะคำขอ
* ดูประวัติการเบิกของตนเอง

---

# 5. ระบบ Login

สร้างระบบ Login ด้วย Session

รองรับ

* Username หรือ Email
* Password
* Password Hash ด้วย password_hash()
* password_verify()
* Remember Login ไม่จำเป็นต้องมีใน Version แรก
* Logout
* Session Regeneration
* Session Timeout

หลัง Login ให้ Redirect ตาม Role

---

# 6. ระบบจัดการรายการพัสดุ

แต่ละรายการต้องมีข้อมูล

* รหัสพัสดุ
* ชื่อพัสดุ
* หมวดหมู่
* รายละเอียด
* หน่วยนับ
* ราคาต่อหน่วย
* จำนวนขั้นต่ำ
* จำนวนสูงสุด
* ยอดคงเหลือ
* สถานะ Active/Inactive
* รูปภาพ
* วันที่สร้าง
* วันที่แก้ไข

ตัวอย่าง

รหัส: MAT-0001
ชื่อ: กระดาษ A4 80 แกรม
หมวดหมู่: วัสดุสำนักงาน
หน่วย: รีม
ราคาต่อหน่วย: 120
Minimum Stock: 10
Current Stock: 35

---

# 7. ระบบ Stock

ต้องออกแบบ Stock แบบ Transaction-Based

ห้ามให้ Admin แก้ Current Stock โดยตรงเป็นหลัก

ให้ใช้ Stock Transaction เช่น

RECEIVE = รับเข้า
ISSUE = เบิกออก
RETURN = คืน
ADJUSTMENT = ปรับยอด

ตัวอย่าง

เริ่มต้น 100

รับเข้า +50

ยอด = 150

เบิก -20

ยอด = 130

คืน +5

ยอด = 135

ปรับยอด -2

ยอด = 133

ทุก Transaction ต้องเก็บประวัติ

---

# 8. ระบบขอเบิกพัสดุ

ผู้ใช้สามารถสร้างคำขอเบิก

ข้อมูล Header

* เลขที่คำขอ
* ผู้ขอเบิก
* หน่วยงาน/กลุ่มสาระ
* วันที่ขอ
* วัตถุประสงค์
* หมายเหตุ
* สถานะ

สถานะ

DRAFT
PENDING
APPROVED
REJECTED
CANCELLED
COMPLETED

ใน 1 Request สามารถมีหลายรายการ

ตัวอย่าง

REQ-2026-00001

1. กระดาษ A4 = 2 รีม
2. ปากกา = 10 ด้าม
3. แฟ้ม = 5 เล่ม

---

# 9. ตรวจสอบ Stock แบบ Real-time

ขณะที่ผู้ใช้กำลังสร้างรายการเบิก

เมื่อเลือกพัสดุ ให้ AJAX/Fetch API เรียก Backend เพื่อดึง

* ชื่อพัสดุ
* หน่วย
* ราคาต่อหน่วย
* ยอดคงเหลือ
* จำนวนขั้นต่ำ
* จำนวนที่สามารถเบิกได้

ตัวอย่าง UI

กระดาษ A4
คงเหลือ 35 รีม

จำนวนที่ต้องการ
[ 2 ]

เมื่อกรอก 40

ให้แจ้งทันที

"จำนวนที่ขอเบิกเกินยอดคงเหลือ"

และ Disable ปุ่มส่งคำขอ

หากยอดคงเหลือเพียงพอ

แสดง

คงเหลือหลังเบิกโดยประมาณ: 33 รีม

---

# 10. สำคัญมาก: ป้องกัน Stock Race Condition

ต้องออกแบบ Backend ให้ปลอดภัยกรณีมีผู้ใช้หลายคนเบิกพร้อมกัน

ตัวอย่าง

Stock เหลือ 10

User A ขอเบิก 8
User B ขอเบิก 7

ระบบต้องไม่อนุมัติทั้งสองรายการ

เมื่ออนุมัติรายการแรกแล้ว Stock ต้องเหลือ 2

รายการที่สองต้องถูกตรวจสอบใหม่ก่อนอนุมัติ

ใช้ Database Transaction

BEGIN TRANSACTION

SELECT ... FOR UPDATE

ตรวจสอบ Stock

UPDATE / INSERT Stock Transaction

COMMIT

ถ้าเกิดข้อผิดพลาดให้ ROLLBACK

ห้ามใช้ JavaScript เป็นตัวตรวจสอบ Stock เพียงอย่างเดียว

---

# 11. ระบบอนุมัติ

Approver/Admin สามารถเปิดคำขอและเห็น

เลขที่คำขอ
ผู้ขอ
หน่วยงาน
วันที่
วัตถุประสงค์

รายการ

สินค้า | จำนวนขอ | Stock ปัจจุบัน | ราคาต่อหน่วย | รวม

ก่อนอนุมัติ Backend ต้องตรวจสอบ Stock ใหม่ทุกครั้ง

ถ้า Stock ไม่พอ

ไม่อนุญาตให้อนุมัติ

ถ้าพอ

เมื่อกดอนุมัติ

* เปลี่ยนสถานะเป็น APPROVED หรือ COMPLETED ตาม Workflow
* ตัด Stock
* สร้าง Stock Transaction
* บันทึกผู้อนุมัติ
* บันทึกวันเวลา
* บันทึก Audit Log

ทั้งหมดต้องอยู่ใน Database Transaction เดียวกัน

---

# 12. ระบบรับพัสดุเข้าคลัง

Admin สามารถบันทึกการรับเข้า

ข้อมูล

* เลขที่รับเข้า
* วันที่รับ
* ผู้รับ
* แหล่งที่มา
* เลขที่เอกสาร
* หมายเหตุ

รายการ

* พัสดุ
* จำนวน
* ราคาต่อหน่วย
* Lot Number ถ้ามี
* วันหมดอายุ ถ้ามี

เมื่อบันทึก

Stock เพิ่มทันที

และสร้าง Transaction ประเภท RECEIVE

---

# 13. ระบบคืนพัสดุ

รองรับการคืนพัสดุ

ข้อมูล

* ผู้คืน
* วันที่คืน
* รายการ
* จำนวน
* เหตุผล

เมื่อคืนสำเร็จ

Stock เพิ่ม

Transaction = RETURN

---

# 14. ระบบปรับยอด

เฉพาะ Admin/Super Admin

รองรับ

* ปรับเพิ่ม
* ปรับลด

ต้องบังคับกรอกเหตุผล

ทุกการปรับยอดต้องมี Audit Log

---

# 15. Dashboard

สร้าง Dashboard แบบ Modern Admin

แสดง Card

* จำนวนรายการพัสดุ
* จำนวนพัสดุใกล้หมด
* จำนวนคำขอรออนุมัติ
* จำนวนการเบิกเดือนนี้
* มูลค่า Stock
* จำนวนรายการรับเข้าเดือนนี้

กราฟ Chart.js

1. การเบิกย้อนหลัง 7 วัน
2. การเบิกย้อนหลัง 12 เดือน
3. พัสดุที่เบิกสูงสุด
4. Stock ตามหมวดหมู่

---

# 16. หน้า Stock

สร้างตาราง

รหัส | รายการ | หมวดหมู่ | หน่วย | คงเหลือ | Minimum | สถานะ

Status

* ปกติ
* ใกล้หมด
* หมด

ใช้ Badge สีที่เหมาะสม

มี Search

มี Filter

มี Pagination

มี Sort

---

# 17. Real-time Stock

ไม่จำเป็นต้องใช้ WebSocket ใน Version แรก

ให้ใช้ AJAX / Fetch API + Polling หรือ Refresh หลัง Transaction

หน้า Dashboard และ Stock สามารถเรียก API ทุกระยะ เช่น 10–30 วินาที

เมื่อมีการทำรายการ

* รับเข้า
* เบิก
* คืน
* ปรับยอด

ให้ Refresh Stock ทันทีหลัง Transaction สำเร็จ

Frontend ต้องไม่เป็นแหล่งข้อมูลหลัก

Database เป็น Source of Truth

---

# 18. Database Design

ออกแบบ Database อย่างเป็นระบบอย่างน้อยประกอบด้วย

users

roles

categories

items

stock_transactions

request_headers

request_items

approvals

audit_logs

settings

และตารางอื่นที่จำเป็น

ตัวอย่าง users

id
username
email
password
full_name
department
role_id
status
created_at
updated_at

items

id
item_code
name
category_id
description
unit
unit_price
minimum_stock
maximum_stock
status
created_at
updated_at

stock_transactions

id
item_id
transaction_type
quantity
unit_price
reference_type
reference_id
note
created_by
created_at

request_headers

id
request_no
user_id
department
purpose
status
requested_at
approved_by
approved_at
rejection_reason
created_at
updated_at

request_items

id
request_id
item_id
quantity_requested
quantity_approved
unit_price

audit_logs

id
user_id
action
module
reference_type
reference_id
old_data
new_data
ip_address
user_agent
created_at

กำหนด Foreign Key และ Index ให้เหมาะสม

---

# 19. Stock Calculation

ออกแบบให้สามารถตรวจสอบยอดคงเหลือจาก Transaction ได้

แนวคิด

Current Stock =
SUM(RECEIVE)

* SUM(RETURN)
* SUM(ADJUSTMENT_IN)

- SUM(ISSUE)
- SUM(ADJUSTMENT_OUT)

หรือสามารถมี stock_balances สำหรับ Performance ได้

แต่ต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับกับ stock_transactions ได้เสมอ

ห้ามมีข้อมูล Stock ที่ตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้

---

# 20. เลขที่เอกสาร

สร้างเลขอัตโนมัติ เช่น

REQ-2026-00001
REQ-2026-00002

REC-2026-00001

ISS-2026-00001

ใช้ระบบ Generate Number ที่ป้องกันเลขซ้ำเมื่อมีผู้ใช้งานพร้อมกัน

---

# 21. Search / Filter

ทุกหน้าที่มีข้อมูลจำนวนมากต้องรองรับ

* Search
* Filter
* Date Range
* Category
* Status
* User
* Department

ควรใช้ Server-side Query สำหรับข้อมูลจำนวนมาก

---

# 22. รายงาน

สร้างรายงานอย่างน้อย

1. รายงาน Stock คงเหลือ
2. รายงานพัสดุใกล้หมด
3. รายงานรับเข้า
4. รายงานเบิกออก
5. รายงานคืน
6. รายงานปรับยอด
7. รายงานการขอเบิก
8. รายงานตามผู้เบิก
9. รายงานตามหน่วยงาน
10. รายงานการเคลื่อนไหว Stock

รองรับ

* Print
* Export CSV
* PDF หากเหมาะสม

---

# 23. Audit Log

ทุก Action สำคัญต้องบันทึก

* Login
* Logout
* Create Item
* Edit Item
* Receive Stock
* Issue Stock
* Return Stock
* Adjustment
* Create Request
* Approve
* Reject
* Cancel

เก็บ

User
Action
Module
Reference
IP
User Agent
DateTime
Old Data
New Data

---

# 24. UI/UX

ใช้ Bootstrap 5

ออกแบบให้เป็น

Modern Government / Education Admin Dashboard

โทนสี

* ขาว
* น้ำเงิน
* ฟ้า
* เทาอ่อน

ไม่ใช้ Design ที่ซับซ้อนเกินไป

รองรับ

Desktop
Tablet
Mobile

Sidebar

Dashboard
คลังพัสดุ
รายการพัสดุ
รับเข้าคลัง
ขอเบิก
รายการรออนุมัติ
ประวัติการเบิก
รายงาน
ผู้ใช้งาน
ตั้งค่า

Menu ต้องแสดงตาม Role

---

# 25. UX สำหรับการขอเบิก

สร้างหน้าขอเบิกให้ใช้งานง่าย

ขั้นตอน

1. เลือกพัสดุ
2. ระบุจำนวน
3. ระบบตรวจ Stock
4. เพิ่มลงรายการ
5. ตรวจสอบรายการ
6. ระบุวัตถุประสงค์
7. ส่งคำขอ

ก่อน Submit ต้องแสดง Summary

จำนวนรายการ
จำนวนรวม
รายการที่ขอ
Stock ปัจจุบัน
Stock หลังอนุมัติโดยประมาณ

---

# 26. SweetAlert2

ใช้ SweetAlert2 สำหรับ

* สำเร็จ
* แจ้งเตือน
* ยืนยันการลบ
* ยืนยันการอนุมัติ
* ยืนยันการรับเข้า
* ยืนยันการปรับยอด

ตัวอย่าง

"ยืนยันการอนุมัติคำขอนี้หรือไม่?"

หลังสำเร็จ

"อนุมัติรายการเรียบร้อยแล้ว"

---

# 27. API

สร้าง Internal API สำหรับ AJAX

เช่น

GET /api/items.php?action=search

GET /api/items.php?action=stock&id=1

GET /api/dashboard.php

POST /api/requests.php?action=create

POST /api/requests.php?action=approve

POST /api/stock.php?action=receive

POST /api/stock.php?action=return

POST /api/stock.php?action=adjustment

API ต้อง

* ตรวจ Session
* ตรวจ Role
* Validate Input
* CSRF สำหรับ POST
* Return JSON
* ใช้ HTTP Status Code ที่เหมาะสม
* ไม่เปิดเผยข้อมูล Sensitive

---

# 28. Security

ให้ให้ความสำคัญกับ Security เป็นพิเศษ

ต้องมี

* PDO Prepared Statement
* Password Hash
* CSRF Protection
* XSS Protection
* Session Security
* Role-based Authorization
* Input Validation
* Output Escaping
* File Upload Validation
* จำกัดชนิดไฟล์
* จำกัดขนาดไฟล์
* ป้องกัน Path Traversal
* ป้องกัน Direct Access ไฟล์สำคัญ
* .htaccess ป้องกัน config/database
* ไม่แสดง PHP Error ใน Production
* Error Log แยกจากหน้าจอ User

---

# 29. File Upload

หากมีรูปภาพพัสดุ

อนุญาตเฉพาะ

JPG
JPEG
PNG
WEBP

ตรวจสอบ MIME Type จริง

เปลี่ยนชื่อไฟล์เป็น Random Filename

ห้ามใช้ชื่อไฟล์จาก User โดยตรง

---

# 30. Database Transaction

ทุกกระบวนการสำคัญเกี่ยวกับ Stock ต้องใช้

PDO Transaction

ตัวอย่าง

try {

```
$pdo->beginTransaction();

// Lock stock/item

// Check stock

// Insert transaction

// Update balance ถ้ามี

// Update request

// Audit log

$pdo->commit();
```

} catch (Throwable $e) {

```
$pdo->rollBack();

// Log error
```

}

ห้ามเกิดกรณี

Request = Approved

แต่ Stock ไม่ถูกตัด

หรือ

Stock ถูกตัด

แต่ Request ยัง Pending

---

# 31. Performance

ออกแบบ Database ให้รองรับข้อมูลจำนวนมาก

สร้าง Index ให้เหมาะสม เช่น

users.email
users.username
items.item_code
items.category_id
stock_transactions.item_id
stock_transactions.created_at
request_headers.request_no
request_headers.status
request_items.request_id

หลีกเลี่ยง Query ที่ทำงานซ้ำโดยไม่จำเป็น

---

# 32. Initial Data

สร้าง database.sql พร้อม

* Database Structure
* Foreign Keys
* Indexes
* Default Roles
* Default Admin
* Categories ตัวอย่าง
* Items ตัวอย่าง
* Settings

ห้ามใส่ Password แบบ Plain Text

ให้ระบุวิธีสร้าง Password Hash ที่ปลอดภัย

---

# 33. README

สร้าง README.md อธิบาย

1. Requirement
2. วิธีสร้าง Database
3. วิธี Import database.sql
4. วิธีตั้งค่า Database
5. วิธีตั้งค่า Base URL
6. วิธีตั้งค่า Timezone เป็น Asia/Bangkok
7. วิธี Login ครั้งแรก
8. วิธีสร้าง User
9. วิธีเพิ่มพัสดุ
10. วิธีรับ Stock
11. วิธีขอเบิก
12. วิธีอนุมัติ
13. วิธี Backup Database
14. วิธี Deploy บน Shared Hosting
15. Security Checklist

---

# 34. Coding Standards

เขียนโค้ดให้

* อ่านง่าย
* Comment เฉพาะส่วนสำคัญ
* Function มีหน้าที่ชัดเจน
* หลีกเลี่ยงไฟล์ PHP ที่ยาวมาก
* แยก Business Logic ออกจาก View
* ไม่เขียน SQL กระจายมั่วใน HTML
* ใช้ Helper / Service ที่เหมาะสม
* ใช้ Naming Convention เดียวกันทั้งระบบ

---

# 35. สิ่งที่ต้องส่งมอบ

ต้องสร้าง Source Code ที่พร้อมใช้งานจริง ประกอบด้วย

1. database.sql
2. config
3. core
4. modules
5. api
6. layouts
7. assets
8. uploads structure
9. .htaccess
10. README.md

พร้อมข้อมูลตัวอย่างสำหรับทดสอบ

---

# 36. Acceptance Test

ก่อนส่งมอบต้องทดสอบอย่างน้อย

### Test 1

Stock = 100

รับเข้า 50

ต้องได้ 150

### Test 2

Stock = 100

อนุมัติเบิก 20

ต้องได้ 80

### Test 3

Stock = 10

ขอเบิก 20

ต้องไม่สามารถอนุมัติได้

### Test 4

Stock = 10

User A และ User B พยายามเบิกพร้อมกัน

ระบบต้องป้องกัน Stock ติดลบ

### Test 5

Reject Request

ต้องไม่มีการตัด Stock

### Test 6

Cancel Request ก่อนอนุมัติ

ต้องไม่มีการตัด Stock

### Test 7

รับเข้า Stock

ต้องเพิ่ม Stock และมี Transaction

### Test 8

Return

ต้องเพิ่ม Stock และมี Transaction

### Test 9

Adjustment

ต้องมีเหตุผลและ Audit Log

### Test 10

User ไม่มีสิทธิ์ Admin

ต้องไม่สามารถเรียก Admin API โดยตรงได้

---

# 37. หลักการสำคัญที่สุด

ระบบนี้ต้องถือว่า

DATABASE = SOURCE OF TRUTH

ไม่ให้ Frontend เป็นผู้กำหนดยอด Stock

ไม่ให้ User ส่ง Current Stock มาจาก Browser แล้วนำไปบันทึก

ทุกครั้งที่มีการอนุมัติเบิก ต้อง Query Stock จาก Database ใหม่

ใช้ Database Transaction + Row Lock เพื่อป้องกัน Race Condition

ระบบต้องสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า

"พัสดุรายการนี้เคยมีเท่าไร รับเข้ากี่ครั้ง เบิกออกกี่ครั้ง คืนกี่ครั้ง ปรับยอดกี่ครั้ง และใครเป็นผู้ดำเนินการ"

---

# 38. วิธีการพัฒนา

อย่าสร้างระบบทั้งหมดในไฟล์เดียว

ให้พัฒนาเป็น Module ตามลำดับ

Phase 1

* Database
* Config
* Authentication
* User / Role

Phase 2

* Category
* Item
* Stock Transaction
* Stock Balance

Phase 3

* Request
* Request Items
* Real-time Stock Check

Phase 4

* Approval
* Transaction + Row Lock
* Audit Log

Phase 5

* Dashboard
* Reports
* Chart.js

Phase 6

* Security
* Validation
* Error Handling
* Performance

Phase 7

* Testing
* README
* Deployment

หากโค้ดมีจำนวนมาก ให้สร้างทีละ Module แต่ต้องรักษาโครงสร้างและ Interface ให้เชื่อมต่อกันได้

ทุก Module ต้องสามารถนำไปวางใน Project เดียวกันแล้วทำงานร่วมกันได้จริง

อย่าสร้างเพียง Mockup หรือ Demo UI

ต้องสร้างระบบ Backend + Database + Business Logic ที่ทำงานจริง

ภาพนี้ AI สร้างหรือภาพจริง
เกม

ภาพนี้ AI สร้างหรือภาพจริง

สร้างเว็บเกมทายภาพชื่อ **“AI or REAL? – ภาพนี้ AI สร้างหรือภาพจริง?”** โดยใช้ **Google Apps Script + Google Sheets** เป็นระบบหลัก ไม่ใช้ฐานข้อมูลภายนอก

### 1. แนวคิดเกม

สร้างเกมสำหรับนักเรียน/ผู้ใช้งานทั่วไป ให้ผู้เล่นดูภาพทีละ 1 ภาพ แล้วทายว่า

* 🤖 **AI Generated** = ภาพที่สร้างด้วย AI
* 📷 **REAL PHOTO** = ภาพถ่ายจริง

เมื่อเลือกคำตอบ ให้แสดงผลทันทีว่า “ถูก” หรือ “ผิด” พร้อมเฉลยและคำอธิบายสั้น ๆ ว่ามีจุดสังเกตอะไรที่ช่วยแยกภาพ AI กับภาพจริง

### 2. Google Sheets เป็นฐานข้อมูล

สร้าง Google Sheet สำหรับเก็บข้อมูลเกม โดยใช้ Sheet ชื่อ `Questions`

กำหนดคอลัมน์:

`id`
`image_url`
`answer`
`category`
`description`
`hint`
`difficulty`
`source`
`active`

ตัวอย่างข้อมูล:

| id | image_url | answer | category | description | hint | difficulty | source | active |
| -- | --------- | ------ | -------- | ----------------------- | ---------------------------- | ---------- | ------------ | ------ |
| 1 | URL ภาพ | AI | คน | ภาพบุคคลที่สร้างด้วย AI | สังเกตมือและรายละเอียดใบหน้า | Easy | AI Generated | TRUE |
| 2 | URL ภาพ | REAL | ธรรมชาติ | ภาพถ่ายจริง | สังเกตแสงและพื้นผิว | Easy | Photograph | TRUE |

สร้าง Sheet เพิ่มชื่อ `Scores`

คอลัมน์:

`timestamp`
`player_name`
`score`
`total_questions`
`percentage`
`time_used`

### 3. รูปแบบการเล่น

ก่อนเริ่มเกมให้ผู้เล่นกรอกชื่อ

จากนั้นสุ่มคำถามจากรายการที่ `active = TRUE`

แนะนำให้เล่นรอบละ **10 ข้อ**

แต่ละข้อประกอบด้วย:

* ภาพขนาดใหญ่
* หมายเลขข้อ เช่น `Question 3 / 10`
* ปุ่ม `🤖 AI GENERATED`
* ปุ่ม `📷 REAL PHOTO`
* คะแนนปัจจุบัน
* Progress Bar
* ตัวจับเวลา

เมื่อผู้เล่นตอบ:

1. ตรวจคำตอบทันที
2. แสดงผลแบบ Animation
3. แสดงคำว่า `ถูกต้อง!` หรือ `ยังไม่ถูก`
4. แสดงเฉลย
5. แสดงคำอธิบายสั้น ๆ
6. แสดงปุ่ม `ข้อต่อไป`

ห้ามให้ผู้เล่นเปลี่ยนคำตอบหลังจากตอบแล้ว

### 4. ระบบคะแนน

กำหนดคะแนน:

* ตอบถูก = +10 คะแนน
* ตอบผิด = 0 คะแนน
* Bonus หากตอบถูกติดต่อกัน 3 ข้อ = +5 คะแนน
* Bonus หากตอบเร็วภายในเวลาที่กำหนด = +2 คะแนน

สรุปคะแนนเมื่อจบเกมเป็น:

* คะแนนรวม
* จำนวนข้อที่ถูก
* จำนวนข้อที่ผิด
* เปอร์เซ็นต์
* เวลาในการเล่น
* ระดับผลลัพธ์

ตัวอย่าง:

90–100% = AI Detective Master
70–89% = AI Detective
50–69% = AI Explorer
ต่ำกว่า 50% = AI Beginner

### 5. หน้าเริ่มเกม

ออกแบบให้ทันสมัยแบบ **AI / Futuristic / Educational Game**

แสดง:

**AI or REAL?**
“คุณแยกภาพ AI กับภาพจริงได้หรือไม่?”

มีช่อง:

`ชื่อผู้เล่น`

และปุ่ม:

`เริ่มเกม`

พร้อมคำอธิบาย:

“ดูภาพให้ละเอียด แล้วเลือกว่าภาพนี้สร้างโดย AI หรือเป็นภาพถ่ายจริง”

### 6. หน้าเล่นเกม

ออกแบบเป็น Card ขนาดใหญ่ Responsive

รองรับ:

* Desktop
* Tablet
* Mobile

ภาพต้องแสดงแบบ `object-fit: contain` โดยไม่ทำให้ภาพเสียสัดส่วน

ใช้ UI สวยงาม เช่น:

* Glassmorphism
* Gradient
* Soft Shadow
* Rounded Card
* Progress Bar
* Animation
* Hover Effect
* Correct / Wrong Animation

ใช้ Font ที่อ่านภาษาไทยได้ดี เช่น **Noto Sans Thai**

### 7. หน้าเฉลย

หลังตอบให้แสดง Card:

**✓ ถูกต้อง!**

หรือ

**✕ ยังไม่ถูก**

พร้อม:

`คำตอบที่ถูก: AI GENERATED`

หรือ

`คำตอบที่ถูก: REAL PHOTO`

และแสดง:

**🔍 จุดสังเกต**

นำข้อมูลจากคอลัมน์ `description` มาแสดง

หากมี `hint` ให้แสดงเป็นคำแนะนำเพิ่มเติม

### 8. หน้าสรุปผล

เมื่อครบ 10 ข้อ แสดง Dashboard สรุปผลแบบสวยงาม

ตัวอย่าง:

**🎉 GAME COMPLETE!**

`Pichayanart`

**85 / 100 คะแนน**

ถูกต้อง `8`
ผิด `2`
ความแม่นยำ `80%`
เวลา `01:42`

แสดงข้อความประเมินผล เช่น:

**“ยอดเยี่ยม! คุณเริ่มจับสัญญาณของภาพ AI ได้ดีมาก”**

มีปุ่ม:

`🔄 เล่นอีกครั้ง`

`🏆 ดูอันดับ`

`🏠 กลับหน้าหลัก`

### 9. Leaderboard

สร้างหน้า Leaderboard โดยดึงข้อมูลจาก Sheet `Scores`

แสดง:

อันดับ | ชื่อ | คะแนน | ความแม่นยำ | เวลา

เรียงตาม:

1. คะแนนสูงสุด
2. หากคะแนนเท่ากัน ให้เวลาน้อยกว่าอยู่ก่อน

แสดง Top 10

### 10. ระบบป้องกันการตอบซ้ำ

ในแต่ละเกม:

* สุ่มคำถาม
* ไม่ให้ภาพซ้ำในรอบเดียวกัน
* เก็บ ID ของคำถามที่ใช้แล้วไว้ใน JavaScript
* จนครบ 10 ข้อ

### 11. Backend

สร้างไฟล์:

`Code.gs`
`Index.html`
`CSS.html`
`JavaScript.html`

ใช้ Google Apps Script Web App

ฟังก์ชันหลัก เช่น:

`doGet()`
`getQuestions()`
`saveScore()`
`getLeaderboard()`

ใช้ `google.script.run` สำหรับติดต่อ Backend

### 12. ความปลอดภัย

* ตรวจสอบข้อมูลฝั่ง Server
* ไม่เชื่อถือคะแนนจาก Client โดยตรง
* Validate player name
* ป้องกันการส่งข้อมูลผิดรูปแบบ
* จำกัดความยาวชื่อ
* ใช้ LockService ตอนบันทึกคะแนนเพื่อป้องกันข้อมูลชนกัน
* ไม่เปิดเผยข้อมูล Google Sheet ให้ผู้เล่นเข้าถึงโดยตรง

### 13. รองรับการเพิ่มภาพในอนาคต

ต้องออกแบบให้ผู้ดูแลสามารถเพิ่มคำถามได้ง่าย ๆ เพียงเพิ่มข้อมูลใน Google Sheets โดยไม่ต้องแก้ Code

สามารถเพิ่ม:

* ภาพบุคคล
* สัตว์
* อาหาร
* สถานที่
* ธรรมชาติ
* สิ่งของ
* ภาพข่าว
* ภาพที่ AI สร้าง
* ภาพถ่ายจริง

### 14. Admin Dashboard

สร้างหน้า Admin สำหรับดูสถิติ ได้แก่:

* จำนวนผู้เล่น
* จำนวนเกมที่เล่น
* คะแนนเฉลี่ย
* อัตราการตอบถูก
* ข้อที่ผู้เล่นตอบผิดมากที่สุด
* จำนวนคำถามทั้งหมด

แสดงกราฟด้วย **Chart.js**

### 15. UX/UI

ออกแบบให้เหมาะกับการใช้ในโรงเรียนและกิจกรรมการเรียนรู้

โทน:

**Modern AI Education / Futuristic / Clean / Fun**

ไม่ใช้ UI ที่ซับซ้อนเกินไป

เน้นให้ผู้เล่นเข้าใจเกมภายในไม่กี่วินาที

ต้องมี Loading State, Empty State, Error State และ Success State

### 16. สิ่งที่ต้องส่งมอบ

สร้าง Code ที่สามารถนำไปวางใน **Google Apps Script** และ Deploy เป็น Web App ได้ทันที

ต้องส่งมอบ:

1. `Code.gs`
2. `Index.html`
3. `CSS.html`
4. `JavaScript.html`
5. โครงสร้าง Google Sheet
6. ตัวอย่างข้อมูลสำหรับ `Questions`
7. ตัวอย่างข้อมูลสำหรับ `Scores`
8. ขั้นตอนการติดตั้ง
9. ขั้นตอนการ Deploy Web App
10. วิธีเพิ่มคำถามและรูปภาพ
11. วิธีตั้งค่า Spreadsheet ID

**ข้อสำคัญ:**
เขียนโค้ดให้ครบและใช้งานได้จริง ไม่ใช่เพียง Mockup หรือ Pseudocode

ห้ามใช้ข้อมูลจำลองแทนระบบจริงในส่วนที่สามารถเชื่อม Google Sheets ได้

ใช้ HTML/CSS/JavaScript ฝั่ง Frontend และ Google Apps Script ฝั่ง Backend โดยไม่ใช้ Framework หนัก ๆ เพื่อให้ Deploy ได้ง่ายและเหมาะกับ Google Apps Script

ก่อนส่ง Code ให้ตรวจสอบการเรียก `google.script.run`, ชื่อฟังก์ชัน, ชื่อ Sheet และโครงสร้างข้อมูลให้ตรงกันทั้งหมด

ระบบจองเลขเกียรติบัตร
ระบบ

ระบบจองเลขเกียรติบัตร

คุณคือผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา Web Application ด้วย Google Apps Script (GAS) และการใช้งาน Google Sheets เป็นฐานข้อมูล เป้าหมายของคุณคือการสร้าง "ระบบจองเลขทะเบียนเกียรติบัตร (Certificate Number Reservation System)" แบบจองเป็นชุด (Block Reservation)

[รายละเอียดการทำงานของระบบ]

Frontend (UI): สร้างหน้าเว็บฟอร์มแบบ Single Page Application

มีช่องกรอกข้อมูลดังนี้:

กลุ่มสาระการเรียนรู้/ฝ่ายงาน (Dropdown List)

ชื่อโครงการ/กิจกรรม (Text)

จำนวนเกียรติบัตรที่ต้องการจอง (Number, ขั้นต่ำ 1)

วันที่ลงในเกียรติบัตร (Date, ค่าเริ่มต้นคือวันปัจจุบัน)

มีปุ่ม "ยืนยันการจอง" พร้อมสถานะ Loading และ Disable ปุ่มระหว่างรอประมวลผลเพื่อป้องกันการกดซ้ำ

เมื่อบันทึกสำเร็จ ให้แสดง Pop-up (ใช้ SweetAlert2) สรุปข้อมูลที่จอง โดยเฉพาะ "ช่วงเลขทะเบียนที่ได้รับ" (ตั้งแต่เลขที่... ถึงเลขที่...)

Backend (Google Apps Script - Code.gs):

มีฟังก์ชัน doGet(e) เพื่อแสดงผลหน้าเว็บ

มีฟังก์ชัน saveRecord(data) เพื่อรับข้อมูลจากฟอร์ม และคำนวณเลขทะเบียน

Logic การรันเลข:

รูปแบบเลขคือ พ.ศ./ลำดับ4หลัก เช่น 2569/0001

ให้เช็คคอลัมน์ "ถึงเลขที่" ในบรรทัดล่าสุดของ Google Sheet

ถ้าเป็นปี พ.ศ. ปัจจุบัน ให้นำเลขลำดับ 4 หลักล่าสุดมาบวก 1 เพื่อเป็น "เลขเริ่มต้น" (Start Number) ของการจองครั้งนี้

ถ้ารายการล่าสุดเป็นปีเก่า (ขึ้นปีใหม่) ให้เริ่ม "เลขเริ่มต้น" ที่ 0001

คำนวณ "เลขสิ้นสุด" (End Number) โดยนำ: เลขเริ่มต้น + จำนวนที่จอง - 1

Database (Google Sheets):

บันทึกข้อมูลลงแผ่นงานชื่อ "Data" โดยเรียงคอลัมน์ดังนี้:
A: วันที่/เวลาที่บันทึก (Timestamp)
B: ตั้งแต่เลขที่ (Start Number)
C: ถึงเลขที่ (End Number)
D: จำนวนที่จอง (ใบ)
E: กลุ่มสาระฯ / ฝ่ายงาน
F: ชื่อโครงการ / กิจกรรม
G: วันที่ลงในเกียรติบัตร

[เทคโนโลยีและไลบรารีที่ต้องใช้]

HTML, CSS, JavaScript พื้นฐาน

Tailwind CSS (ผ่าน CDN) สำหรับจัดการ UI ให้สวยงาม ทันสมัย และ Responsive

SweetAlert2 (ผ่าน CDN) สำหรับแจ้งเตือน Pop-up (Success, Error)

Lucide Icons (ผ่าน CDN) สำหรับไอคอนตกแต่งฟอร์ม

Google Apps Script (HTML Service)

[สิ่งที่ต้องการให้สร้าง]
กรุณาสร้างไฟล์ต่อไปนี้:

index.html: โค้ดส่วนหน้าเว็บทั้งหมด (รวม CSS และ JS ไว้ในไฟล์เดียวตามข้อจำกัดของ GAS)

Code.gs: โค้ดฝั่ง Server สำหรับประมวลผลและติดต่อ Google Sheets

README.md: คำแนะนำวิธีการตั้งค่าหัวคอลัมน์ใน Google Sheets และวิธีการ Deploy Web App

ระบบเก็บข้อมูลและพิกัดผู้ป่วยติดเตียง
ระบบ

ระบบเก็บข้อมูลและพิกัดผู้ป่วยติดเตียง

ทำหน้าที่เป็นนักพัฒนาโปรแกรมผู้เชี่ยวชาญด้าน Google Apps Script และ Web Application โปรดสร้าง "ระบบเก็บข้อมูลผู้ป่วยติดเตียงพร้อมแผนที่" โดยใช้ Google Sheets เป็นฐานข้อมูล

กรุณาเขียนโค้ดออกมา 2 ไฟล์ คือ Code.gs (สำหรับ Backend) และ index.html (สำหรับ Frontend) โดยมีรายละเอียดฟังก์ชันการทำงานดังนี้:

1. ส่วนหน้าเว็บ (UI/UX) และฟอร์ม:

ใช้ Tailwind CSS ผ่าน CDN ในการตกแต่งให้สวยงาม สะอาดตา และรองรับการใช้งานบนมือถือ (Responsive)

ใช้ SweetAlert2 สำหรับแสดงกล่องข้อความแจ้งเตือนต่างๆ (เช่น กำลังโหลดพิกัด, บันทึกสำเร็จ, แจ้งข้อผิดพลาด)

มีฟอร์มรับข้อมูล: ชื่อ-สกุลผู้ป่วย, อายุ, เบอร์โทรศัพท์, ชื่อผู้ดูแล, ที่อยู่/จุดสังเกต, Latitude, Longitude

2. ส่วนแผนที่ (Map Integration):

ใช้ Leaflet.js ในการแสดงผลแผนที่

ระบบเลเยอร์ (Layer): ให้มีปุ่มสลับแผนที่ได้ 2 แบบ คือ แผนที่ถนนปกติ (OpenStreetMap) และ แผนที่ดาวเทียม (Google Satellite Hybrid)

การระบุพิกัด:

มีปุ่ม "ดึงพิกัดปัจจุบัน" โดยใช้ Geolocation API ของเบราว์เซอร์

ผู้ใช้สามารถคลิกบนแผนที่เพื่อสร้าง "หมุดสีแดง" สำหรับดึงค่า Latitude/Longitude ลงในช่องฟอร์มได้อัตโนมัติ

หมุดสีแดงต้องตั้งค่าเป็น Draggable (ลากได้) เพื่อให้ผู้ใช้ลากปรับตำแหน่งให้แม่นยำขึ้นได้ และเมื่อลากเสร็จให้ค่าในช่องพิกัดเปลี่ยนตามอัตโนมัติ

3. การแสดงผลข้อมูลและการทำงานหลังบ้าน (Backend):

เมื่อโหลดหน้าเว็บ ให้ดึงข้อมูลผู้ป่วยจาก Google Sheets มาแสดงเป็น "หมุดสีน้ำเงิน" บนแผนที่

เมื่อคลิกที่หมุดสีน้ำเงิน ให้แสดง Popup ข้อมูลผู้ป่วย และมีปุ่ม "นำทาง (Google Maps)" ที่กดแล้วจะเปิดแอป Google Maps พร้อมเส้นทางไปยังพิกัดนั้น

ในไฟล์ Code.gs ให้เขียนฟังก์ชัน doGet() สำหรับแสดงผล Web App, ฟังก์ชันรับข้อมูลมาต่อท้ายแถว (Append) ลงใน Google Sheets พร้อมสร้างหัวตารางอัตโนมัติหากยังไม่มี และฟังก์ชันส่งข้อมูลกลับไปที่หน้าเว็บ

กรุณาใส่ Mock Data จำลองข้อมูลผู้ป่วยไว้ในไฟล์ HTML เล็กน้อย เพื่อให้สามารถพรีวิวหน้าเว็บและทดสอบแผนที่ได้แม้ไม่ได้รันบน Google Apps Script ก็ตาม

ระบบฐานข้อมูลผลงานวิชาการ
ระบบ

ระบบฐานข้อมูลผลงานวิชาการ

"สวมบทบาทเป็นนักพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันและผู้เชี่ยวชาญด้าน Google Apps Script โปรดสร้าง 'ระบบฐานข้อมูลผลงานวิชาการ' (Academic Database System) โดยใช้ Google Sheets เป็นฐานข้อมูล (Backend) และใช้ HTML/JS/CSS เป็นหน้าเว็บ (Frontend)

ข้อกำหนดของระบบมีดังนี้:

1. โครงสร้างไฟล์ที่ต้องการ (ให้แยก Code Block ชัดเจน):

index.html: สำหรับหน้าเว็บ (UI)

code.gs: โค้ดฝั่ง Google Apps Script (Backend)

setup_guide.md: คู่มือการติดตั้งทีละขั้นตอนที่เข้าใจง่าย

2. ข้อมูลที่ต้องการจัดเก็บ (Fields):

ID (สร้างอัตโนมัติจาก Timestamp)

ชื่อผลงาน (Text - บังคับกรอก)

ผู้แต่ง/ผู้วิจัย (Text - บังคับกรอก)

ปีที่เผยแพร่ (Number - บังคับกรอก)

ประเภท (Dropdown: งานวิจัย, บทความวิชาการ, วิทยานิพนธ์, หนังสือ/ตำรา, อื่นๆ - บังคับกรอก)

ลิงก์เอกสาร/URL (URL - ไม่บังคับ)

3. ฟีเจอร์และการทำงาน (Functions):

สามารถ เพิ่มข้อมูล (Create) จากฟอร์มลง Google Sheets ได้

สามารถ ดึงข้อมูล (Read) มาแสดงผลในรูปแบบตารางได้ โดยเรียงลำดับจากปีล่าสุดไปเก่าสุด

สามารถ ลบข้อมูล (Delete) เป็นรายบรรทัดได้ โดยมีหน้าต่าง Confirm ก่อนลบ

มีฟังก์ชัน setupSheet() ฝั่ง Backend เพื่อสร้างหัวตารางอัตโนมัติในครั้งแรกหากชีตว่างเปล่า

4. การออกแบบหน้าเว็บ (UI/UX):

ใช้ Tailwind CSS ผ่าน CDN ในการตกแต่งให้ดูทันสมัย สะอาดตา และรองรับมือถือ (Responsive)

แบ่งหน้าจอเป็น 2 ส่วนหลักๆ (ซ้าย: ฟอร์มเพิ่มข้อมูล, ขวา: ตารางแสดงผล) แบบ Grid

ใช้ Font Awesome สำหรับไอคอนต่างๆ

ทำ Badge สีสำหรับแยก 'ประเภทผลงาน' ในตารางให้ดูง่าย (เช่น งานวิจัยสีฟ้า, บทความสีเขียว)

มี Loading State (ไอคอนหมุน) ตอนกดปุ่มบันทึก หรือกำลังโหลดตาราง

มีระบบ Toast Notification (แจ้งเตือนมุมจอ) สีเขียวเมื่อสำเร็จ สีแดงเมื่อมีข้อผิดพลาด

5. เงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติม:

ในไฟล์ index.html ให้เขียนระบบ Mock Data (ข้อมูลจำลอง) เอาไว้ด้วย เพื่อให้หน้าเว็บสามารถแสดงผลตัวอย่าง ฟังก์ชันเพิ่มตาราง และฟังก์ชันลบข้อมูลได้ทันทีในโหมด Preview (เมื่อ google.script.run ยังไม่ทำงาน) เพื่อให้ผู้ใช้เห็นภาพก่อนนำไปเชื่อมต่อจริง"

ระบบลงทะเบียนรับ-ส่งพัสดุ
ระบบ

ระบบลงทะเบียนรับ-ส่งพัสดุ

บทบาท (Role):
คุณคือนักพัฒนาเว็บไซต์และผู้เชี่ยวชาญด้าน Google Apps Script (GAS)

วัตถุประสงค์ (Objective):
เขียนโค้ดสร้าง "ระบบจัดการพัสดุสำหรับองค์กร/โรงเรียน" โดยใช้ Google Sheets เป็นฐานข้อมูล และสร้างหน้า Web App ด้วย Google Apps Script (Code.gs และ Index.html)

ข้อกำหนดของฐานข้อมูล (Google Sheets - ชื่อชีต "Data"):
กำหนดหัวคอลัมน์ A ถึง F ดังนี้:

วันที่รับพัสดุเข้า

เลขพัสดุ (Tracking)

ชื่อผู้รับ

ขนส่ง

สถานะ

วันที่มารับของ

ข้อกำหนดของหน้าเว็บ (User Interface):

ใช้ Bootstrap 5 ในการตกแต่งให้ดูสะอาดตา ทันสมัย และรองรับการแสดงผลบนมือถือ (Responsive)

แบ่งหน้าจอเป็น 2 Tabs (เมนู) คือ:

Tab 1: รับพัสดุเข้า (ลงทะเบียนพัสดุใหม่) - มีแบบฟอร์มให้กรอก เลขพัสดุ, ชื่อผู้รับ, และเลือกบริษัทขนส่ง (Drop-down) เมื่อกดบันทึก ให้ระบบประทับเวลาปัจจุบันลงในคอลัมน์ A และตั้งค่าสถานะในคอลัมน์ E เป็น "รอผู้รับมารับ"

Tab 2: รายการรอรับของ (พัสดุตกค้าง) - แสดงตารางดึงข้อมูลจาก Google Sheets เฉพาะรายการที่มีสถานะ "รอผู้รับมารับ" มาแสดงผล ท้ายรายการแต่ละแถวให้มีปุ่ม "ยืนยันการรับ"

เมื่อกดปุ่ม "ยืนยันการรับ" ใน Tab 2 ให้ระบบอัปเดตข้อมูลใน Google Sheets โดยเปลี่ยนสถานะเป็น "รับของแล้ว" และประทับเวลาปัจจุบันลงในคอลัมน์ F (วันที่มารับของ) พร้อมทั้งรีโหลดตารางใหม่เพื่อนำรายการที่รับแล้วออก

ผลลัพธ์ที่ต้องการ (Output):

โค้ดสำหรับไฟล์ Code.gs ทั้งหมด

โค้ดสำหรับไฟล์ Index.html ทั้งหมด (รวม HTML, CSS และ JavaScript ในไฟล์เดียว)

คำแนะนำสั้นๆ ในการนำไป Deploy ใช้งานจริง

ระบบติดตามการไปราชการ
ระบบ

ระบบติดตามการไปราชการ

ทำหน้าที่เป็นนักพัฒนา Web Application และผู้เชี่ยวชาญด้าน Google Apps Script
จงสร้าง "ระบบติดตามการไปราชการของบุคลากร" โดยใช้ Google Sheets เป็นฐานข้อมูล (Backend) และสร้างหน้า Web App ด้วย HTML, JavaScript และ Tailwind CSS (Frontend)

กรุณาสร้างและแยกโค้ดออกเป็น 3 ไฟล์ ได้แก่:
1. README.md (คู่มือการติดตั้งแบบเข้าใจง่าย)
2. Code.gs (ฝั่ง Backend)
3. index.html (ฝั่ง Frontend)

โดยมีรายละเอียดสเปคการทำงานดังนี้:

[1. โครงสร้าง Database (Google Sheets)]
- ใช้แผ่นงาน (Sheet) ชื่อว่า "Data"
- มี Header ในแถวที่ 1 (คอลัมน์ A ถึง H) ดังนี้: Timestamp, ชื่อ-สกุล, ตำแหน่ง, สถานที่ไปราชการ, วันที่เริ่มต้น, วันที่สิ้นสุด, วัตถุประสงค์, สถานะ

[2. ฝั่ง Backend (Code.gs)]
- มีฟังก์ชัน doGet(e) เพื่อ Render ไฟล์ index.html พร้อมรองรับ Responsive ผ่าน Meta Viewport
- มีฟังก์ชัน saveData(formObject) รับข้อมูลจากหน้าเว็บ เพิ่ม Timestamp และกำหนดสถานะเริ่มต้นเป็น "รอดำเนินการ" จากนั้นต่อท้ายข้อมูลลงแถวใหม่ในชีต "Data" พร้อมจัดการ Error Handling
- มีฟังก์ชัน getData() เพื่อดึงข้อมูลทั้งหมดจากชีต (ยกเว้นแถว Header) ส่งกลับไปเป็น Array เพื่อให้หน้าเว็บนำไปแสดงผล

[3. ฝั่ง Frontend (index.html)]
- การตกแต่ง: ใช้ Tailwind CSS ผ่าน CDN, ใช้ฟอนต์ "Sarabun" (Google Fonts)
- การแจ้งเตือน: ใช้ SweetAlert2
- เลย์เอาต์: แบบ Responsive หน้าจอมือถือแสดงเรียงลงมา หน้าจอคอมพิวเตอร์แบ่งเป็น 2 ส่วน (ซ้าย: ฟอร์ม 1 ส่วน / ขวา: ตาราง 2 ส่วน)
- แบบฟอร์มขออนุญาต: มีช่องกรอก ชื่อ-สกุล, ตำแหน่ง, สถานที่ไปราชการ, วันที่เริ่มต้น (type=date), วันที่สิ้นสุด (type=date), และวัตถุประสงค์ (textarea)
- ระบบตรวจสอบ (Validation): แจ้งเตือนหากผู้ใช้เลือก "วันที่สิ้นสุด" ก่อน "วันที่เริ่มต้น"
- ปุ่ม Submit: เมื่อกดส่งข้อมูล ให้เปลี่ยนเป็นสถานะ Loading (Spinner) ป้องกันการกดซ้ำ
- ตารางแสดงผล:
- โหลดข้อมูลอัตโนมัติเมื่อเปิดหน้าเว็บผ่าน google.script.run
- เรียงข้อมูลจากใหม่ไปเก่า (Reverse Array)
- มีป้ายกำกับสถานะ (Status Badge) แบบเปลี่ยนสีอัตโนมัติ: "รอดำเนินการ" (สีเหลือง), "อนุมัติ" (สีเขียว), "ไม่อนุมัติ" หรือ "ยกเลิก" (สีแดง)
- หลังจากบันทึกข้อมูลสำเร็จ ให้ล้างค่าในฟอร์ม แสดง Pop-up สำเร็จ และอัปเดตตารางโดยไม่ต้องรีเฟรชหน้าเว็บ

ระบบลงทะเบียนใช้งาน Goodnotes Education
ระบบ

ระบบลงทะเบียนใช้งาน Goodnotes Education

เขียนโค้ดสร้าง "ระบบลงทะเบียนใช้งาน Goodnotes Education" สำหรับโรงเรียนเทิงวิทยาคม โดยทำงานผ่านหน้าเว็บ (Frontend) และใช้ Google Apps Script (Backend) เพื่อบันทึกข้อมูลลง Google Sheets พร้อมส่งแจ้งเตือนผ่าน Telegram Bot

ให้แยกโค้ดเป็น 2 ไฟล์หลัก คือ 1. `index.html` (รวม HTML, CSS Tailwind, JS ไว้ในไฟล์เดียวเพื่อนำไป Host ภายนอก) และ 2. `Code.gs` (สำหรับฝั่ง Apps Script) โดยมีข้อกำหนดดังนี้:

ส่วนที่ 1: หน้าเว็บ Frontend (index.html)
1. การออกแบบ: ใช้ Tailwind CSS ให้หน้าเว็บสวยงาม ดูสะอาดตา Responsive รองรับมือถือ แท็บเล็ต และ PC ใช้โทนสีแดง (โรงเรียน) และเหลือง
2. ส่วนหัว (Header): แสดงโลโก้จำลอง (ตัวอักษร ท.ว.) และชื่อ "โรงเรียนเทิงวิทยาคม"
3. ระบบแท็บ (Tabs): มี 2 แท็บ คือ "ฟอร์มลงทะเบียน" และ "คู่มือการใช้งาน" (เนื้อหาคู่มืออธิบายการรับคำเชิญทางอีเมลและการโหลดแอปบน iPad/Mac)
4. ฟอร์มลงทะเบียน มีตัวเลือก (Radio button) ให้เลือกสถานะ: "คุณครู / บุคลากร" หรือ "นักเรียน" (Default เป็นครู)
5. ช่องกรอกข้อมูลสำหรับ "ครู":
- คำนำหน้า (นาย, นาง, นางสาว, อื่นๆ)
- ชื่อ และ นามสกุล
- อีเมล (บังคับต้องลงท้ายด้วย @thoengwit.ac.th หรือ @ndlp.go.th เท่านั้น)
6. ช่องกรอกข้อมูลสำหรับ "นักเรียน" (จะแสดงก็ต่อเมื่อเลือกสถานะเป็นนักเรียน โดยจัดกลุ่มให้ดูแตกต่างจากฟอร์มปกติ เช่น พื้นหลังสีเทาอ่อน):
- รหัสนักเรียน
- ระดับชั้น (ม.1 - ม.6)
- ห้อง (1 - 13 สร้างตัวเลือกด้วย JS)
- คำนำหน้า (เด็กชาย, เด็กหญิง, นาย, นางสาว, อื่นๆ)
- ชื่อ, นามสกุล, อีเมล (เงื่อนไขเดียวกับครู)
7. ระบบแจ้งเตือน (Alert): ใช้ SweetAlert2 ทั้งหมด ห้ามใช้ alert() ธรรมดา
- ตรวจสอบอีเมลโดเมนก่อนส่ง ถ้าผิดให้แจ้งเตือน
- แสดงหน้าต่างยืนยันข้อมูลก่อนกดส่ง (Confirm dialog)
- แสดงสถานะ Loading ขณะกำลังส่งข้อมูล
- แจ้งเตือนเมื่อสำเร็จ หรือเกิดข้อผิดพลาด
8. การเชื่อมต่อ API: ให้ใช้ fetch ส่งข้อมูลไปที่ Web App URL ของ Apps Script แบบ `text/plain` เพื่อป้องกันปัญหา CORS พร้อมอธิบายวิธีใส่ URL

ส่วนที่ 2: ฝั่ง Backend (Code.gs)
1. โครงสร้าง: สร้างฟังก์ชัน `doPost(e)` รับค่า JSON และ `doGet(e)` สำหรับทดสอบ
2. ตั้งค่าตัวแปร (Configuration) ไว้บนสุดให้แก้ไขง่าย: SPREADSHEET_ID, TELEGRAM_BOT_TOKEN, TELEGRAM_CHAT_ID (สำหรับแชทส่วนตัว)
3. การบันทึกข้อมูล Google Sheets:
- ตรวจสอบว่าอีเมลมีโดเมนที่ถูกต้อง (Server-side validation)
- แยกชีตบันทึกเป็น 2 ชีต: "Teachers" และ "Students"
- ครู บันทึก: Timestamp, Prefix, FirstName, LastName, Email
- นักเรียน บันทึก: Timestamp, StudentID, Prefix, FirstName, LastName, Grade, Room, Email
4. ระบบป้องกันข้อมูลซ้ำ (Duplicate Check):
- เช็คห้ามใช้อีเมลซ้ำ (ต้องตรวจสอบทั้งในชีต Teachers และ Students)
- เช็คห้ามรหัสนักเรียนซ้ำ (ตรวจสอบเฉพาะในชีต Students)
- หากซ้ำให้ Return JSON แจ้ง error กลับไปยัง Frontend
5. การแจ้งเตือน Telegram:
- เมื่อบันทึกสำเร็จ ให้ยิง API ไปที่ Telegram Bot
- ข้อความแจ้งเตือนจัดรูปแบบ HTML สวยงาม แสดง: สถานะ (ครู/นักเรียน), ชื่อ-สกุล, รหัสนักเรียน (ถ้ามี), ชั้น/ห้อง (ถ้ามี), และอีเมล

ขอโค้ดที่สมบูรณ์แบบ ทำงานได้จริง มีการจัดการ Error อย่างครบถ้วน และเขียนคอมเมนต์อธิบายในจุดที่สำคัญด้วยภาษาไทย