prompthub.krudevtech.com
สำหรับครูและนักพัฒนา
ค้นพบ Prompt ที่หลากหลายเพื่อช่วยในการสอน การสร้างสื่อ การจัดการเรียนการสอน และการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
จงทำหน้าที่เป็น Full Stack Developer ที่เชี่ยวชาญด้าน Google Apps Script และ Web Application สร้าง "ระบบเบิกวัสดุสำนักงานออนไลน์" โดยใช้ Google Sheets เป็นฐานข้อมูล และใช้ HTML/JS/CSS สำหรับหน้า Frontend โดยมีสถาปัตยกรรมและข้อกำหนดดังต่อไปนี้:
1. โครงสร้างฐานข้อมูล (Google Sheets):
- Sheet 1 ชื่อ "Requests" มีคอลัมน์: ID, Timestamp, ชื่อ-สกุล, แผนก, รายการ, จำนวน, สถานะ, ผู้อนุมัติ
- Sheet 2 ชื่อ "Settings" มีคอลัมน์: รายการวัสดุทั้งหมด (เพื่อให้ Admin เพิ่ม/ลดรายการได้)
2. โครงสร้าง Backend (Code.gs):
- ฟังก์ชัน doGet(e) ที่รองรับ Routing: ถ้า URL มีพารามิเตอร์ ?page=admin ให้เปิดไฟล์ admin.html ถ้าไม่มีให้เปิดไฟล์ index.html
- ฟังก์ชันดึงข้อมูลรายการวัสดุจาก Sheet "Settings" เพื่อนำไปแสดงใน Dropdown
- ฟังก์ชันบันทึกข้อมูลการเบิก โดยสร้าง ID อัตโนมัติ (เช่น REQ-12345), บันทึกเวลาปัจจุบัน และตั้งสถานะเริ่มต้นเป็น "รออนุมัติ"
- ฟังก์ชันสำหรับ Admin: ดึงรายการที่ "รออนุมัติ" มาแสดง, อัปเดตสถานะ (อนุมัติ/ไม่อนุมัติ) พร้อมบันทึกชื่อผู้อนุมัติ, และฟังก์ชันเพิ่มรายการวัสดุใหม่ลง Sheet "Settings"
3. โครงสร้าง Frontend (User - index.html):
- สร้างฟอร์มให้พนักงานกรอก: ชื่อ-สกุล, แผนก (Dropdown), รายการวัสดุ (Dropdown ที่ดึงจาก Backend ทันทีที่โหลดหน้าเว็บ), จำนวน
- ใช้ CSS ตกแต่งให้สวยงาม ดูสะอาดตา และใช้ฟอนต์ 'Sarabun' จาก Google Fonts
- เมื่อกดส่งข้อมูล ให้ปุ่ม Disable เพื่อป้องกันการกดซ้ำ
- ใช้ SweetAlert2 (CDN) ในการแสดง Loading Alert ขณะบันทึก และแสดง Success/Error Alert เมื่อบันทึกเสร็จ
4. โครงสร้าง Frontend (Admin - admin.html):
- สร้างตารางแสดงรายการคำขอที่ "รออนุมัติ" เท่านั้น (ดึงข้อมูลตอนโหลดหน้าเว็บ)
- ในแต่ละแถวของตาราง ให้มีปุ่ม "อนุมัติ" (สีเขียว) และ "ปฏิเสธ" (สีแดง)
- เมื่อกดปุ่มจัดการ ให้มี Popup ของ SweetAlert2 ขึ้นมายืนยันก่อน เมื่อทำงานเสร็จให้โหลดตารางใหม่โดยอัตโนมัติ
- มีส่วนสำหรับพิมพ์ชื่อวัสดุใหม่และกดปุ่ม "เพิ่มรายการ" เพื่อส่งไปบันทึกที่ Backend ได้ด้วย
- ตกแต่งให้สวยงาม ดูเป็นแผงควบคุม (Dashboard) และใช้ฟอนต์ 'Sarabun' แบบเดียวกับหน้า User
กรุณาเขียนโค้ดแยกเป็น 3 ไฟล์คือ Code.gs, index.html และ admin.html ให้ครบถ้วนพร้อมใช้งานได้ทันที และอธิบายขั้นตอนการตั้งค่า Google Sheets และการ Deploy แบบสั้นๆ เข้าใจง่าย
จงทำหน้าที่เป็น Full Stack Developer ที่เชี่ยวชาญด้าน Google Apps Script และ Web Application สร้าง "ระบบเบิกวัสดุสำนักงานออนไลน์" โดยใช้ Google Sheets เป็นฐานข้อมูล และใช้ HTML/JS/CSS สำหรับหน้า Frontend โดยมีสถาปัตยกรรมและข้อกำหนดดังต่อไปนี้:
1. โครงสร้างฐานข้อมูล (Google Sheets):
- Sheet 1 ชื่อ "Requests" มีคอลัมน์: ID, Timestamp, ชื่อ-สกุล, แผนก, รายการ, จำนวน, สถานะ, ผู้อนุมัติ
- Sheet 2 ชื่อ "Settings" มีคอลัมน์: รายการวัสดุทั้งหมด (เพื่อให้ Admin เพิ่ม/ลดรายการได้)
2. โครงสร้าง Backend (Code.gs):
- ฟังก์ชัน doGet(e) ที่รองรับ Routing: ถ้า URL มีพารามิเตอร์ ?page=admin ให้เปิดไฟล์ admin.html ถ้าไม่มีให้เปิดไฟล์ index.html
- ฟังก์ชันดึงข้อมูลรายการวัสดุจาก Sheet "Settings" เพื่อนำไปแสดงใน Dropdown
- ฟังก์ชันบันทึกข้อมูลการเบิก โดยสร้าง ID อัตโนมัติ (เช่น REQ-12345), บันทึกเวลาปัจจุบัน และตั้งสถานะเริ่มต้นเป็น "รออนุมัติ"
- ฟังก์ชันสำหรับ Admin: ดึงรายการที่ "รออนุมัติ" มาแสดง, อัปเดตสถานะ (อนุมัติ/ไม่อนุมัติ) พร้อมบันทึกชื่อผู้อนุมัติ, และฟังก์ชันเพิ่มรายการวัสดุใหม่ลง Sheet "Settings"
3. โครงสร้าง Frontend (User - index.html):
- สร้างฟอร์มให้พนักงานกรอก: ชื่อ-สกุล, แผนก (Dropdown), รายการวัสดุ (Dropdown ที่ดึงจาก Backend ทันทีที่โหลดหน้าเว็บ), จำนวน
- ใช้ CSS ตกแต่งให้สวยงาม ดูสะอาดตา และใช้ฟอนต์ 'Sarabun' จาก Google Fonts
- เมื่อกดส่งข้อมูล ให้ปุ่ม Disable เพื่อป้องกันการกดซ้ำ
- ใช้ SweetAlert2 (CDN) ในการแสดง Loading Alert ขณะบันทึก และแสดง Success/Error Alert เมื่อบันทึกเสร็จ
4. โครงสร้าง Frontend (Admin - admin.html):
- สร้างตารางแสดงรายการคำขอที่ "รออนุมัติ" เท่านั้น (ดึงข้อมูลตอนโหลดหน้าเว็บ)
- ในแต่ละแถวของตาราง ให้มีปุ่ม "อนุมัติ" (สีเขียว) และ "ปฏิเสธ" (สีแดง)
- เมื่อกดปุ่มจัดการ ให้มี Popup ของ SweetAlert2 ขึ้นมายืนยันก่อน เมื่อทำงานเสร็จให้โหลดตารางใหม่โดยอัตโนมัติ
- มีส่วนสำหรับพิมพ์ชื่อวัสดุใหม่และกดปุ่ม "เพิ่มรายการ" เพื่อส่งไปบันทึกที่ Backend ได้ด้วย
- ตกแต่งให้สวยงาม ดูเป็นแผงควบคุม (Dashboard) และใช้ฟอนต์ 'Sarabun' แบบเดียวกับหน้า User
กรุณาเขียนโค้ดแยกเป็น 3 ไฟล์คือ Code.gs, index.html และ admin.html ให้ครบถ้วนพร้อมใช้งานได้ทันที และอธิบายขั้นตอนการตั้งค่า Google Sheets และการ Deploy แบบสั้นๆ เข้าใจง่าย
คุณคือผู้เชี่ยวชาญด้าน Google Apps Script และ Web Development หน้าที่ของคุณคือสร้าง "ระบบติดตามรถเก็บขยะแบบ Real-time" โดยใช้ Google Apps Script เป็น Backend และ Google Sheets เป็น Database
ระบบนี้ต้องรวมอยู่ในหน้าจอเดียว (Single Page Application) โดยแบ่งการทำงานเป็น 2 โหมดหลัก:
โหมดคนขับรถ: สำหรับส่งพิกัด GPS
โหมดผู้ติดตาม (ประชาชน): สำหรับดูแผนที่
ความต้องการของระบบ (Requirements):
ฝั่ง Backend (code.gs):
มีฟังก์ชัน doGet สำหรับแสดงผลหน้า Web App (index.html)
มีฟังก์ชัน setupSheet เพื่อสร้างหัวตารางใน Google Sheets (วันเวลา, รหัสรถ, ละติจูด, ลองจิจูด)
มีฟังก์ชัน saveLocation รับค่าพิกัดจากคนขับ โดยต้องรองรับ "รถหลายคัน" ระบบต้องค้นหาว่ารถคันนั้นอยู่บรรทัดไหนใน Sheet ถ้ามีให้อัปเดตทับบรรทัดเดิม ถ้าไม่มีให้เพิ่มบรรทัดใหม่
มีฟังก์ชัน getAllLocations สำหรับดึงพิกัดล่าสุดของรถ "ทุกคัน" ใน Sheet เพื่อส่งกลับไปให้หน้าเว็บ
ฝั่ง Frontend (index.html):
ดีไซน์: ใช้ Tailwind CSS ในการออกแบบให้ดูทันสมัย สะอาดตา และรองรับการแสดงผลบนมือถือ (Responsive) แบบ 100%
UI หลัก: มีปุ่มหรือ Tab สลับโหมดการทำงานระหว่าง "ดูตำแหน่งรถ" และ "โหมดคนขับ"
โหมดคนขับ:
มี Dropdown ให้เลือกรหัสรถ (เช่น รถคันที่ 1, รถคันที่ 2, ...)
มีปุ่ม "เริ่มส่งตำแหน่ง" และ "หยุดส่งตำแหน่ง"
เมื่อกดเริ่ม ให้ดึงข้อมูลพิกัด GPS ผ่าน navigator.geolocation.watchPosition และล็อก Dropdown เลือกรถ
แสดงสถานะการส่งข้อมูลให้คนขับเห็น (เช่น กำลังส่ง..., สำเร็จ, เกิดข้อผิดพลาด)
โหมดผู้ติดตาม:
แสดงแผนที่โดยใช้ Leaflet.js (แผนที่ OpenStreetMap ฟรี)
ดึงข้อมูลจาก Backend ทุกๆ 10 วินาที เพื่อมาแสดงหมุด (Marker) ของรถทุกคันบนแผนที่
หมุดของรถต้องเป็นไอคอนรูปการขนส่ง (เช่น รูปบรรทุก)
เมื่อคลิกที่หมุดรถ ต้องแสดง Popup บอกรหัสรถและเวลาที่อัปเดตล่าสุด
สำคัญ: ในการโหลดครั้งแรก ให้แผนที่ซูมและปรับหน้าจอให้เห็นหมุดรถครบทุกคันโดยอัตโนมัติ (fitBounds)
เงื่อนไขเพิ่มเติม:
เขียนโค้ด HTML, CSS (Tailwind), และ JS ทั้งหมดให้อยู่ในไฟล์ index.html ไฟล์เดียว
โค้ด Apps Script ทั้งหมดให้อยู่ในไฟล์ code.gs
ใส่คอมเมนต์อธิบายการทำงานในโค้ดให้ชัดเจน
คุณคือผู้เชี่ยวชาญด้าน Google Apps Script และ Web Development หน้าที่ของคุณคือสร้าง "ระบบติดตามรถเก็บขยะแบบ Real-time" โดยใช้ Google Apps Script เป็น Backend และ Google Sheets เป็น Database
ระบบนี้ต้องรวมอยู่ในหน้าจอเดียว (Single Page Application) โดยแบ่งการทำงานเป็น 2 โหมดหลัก:
โหมดคนขับรถ: สำหรับส่งพิกัด GPS
โหมดผู้ติดตาม (ประชาชน): สำหรับดูแผนที่
ความต้องการของระบบ (Requirements):
ฝั่ง Backend (code.gs):
มีฟังก์ชัน doGet สำหรับแสดงผลหน้า Web App (index.html)
มีฟังก์ชัน setupSheet เพื่อสร้างหัวตารางใน Google Sheets (วันเวลา, รหัสรถ, ละติจูด, ลองจิจูด)
มีฟังก์ชัน saveLocation รับค่าพิกัดจากคนขับ โดยต้องรองรับ "รถหลายคัน" ระบบต้องค้นหาว่ารถคันนั้นอยู่บรรทัดไหนใน Sheet ถ้ามีให้อัปเดตทับบรรทัดเดิม ถ้าไม่มีให้เพิ่มบรรทัดใหม่
มีฟังก์ชัน getAllLocations สำหรับดึงพิกัดล่าสุดของรถ "ทุกคัน" ใน Sheet เพื่อส่งกลับไปให้หน้าเว็บ
ฝั่ง Frontend (index.html):
ดีไซน์: ใช้ Tailwind CSS ในการออกแบบให้ดูทันสมัย สะอาดตา และรองรับการแสดงผลบนมือถือ (Responsive) แบบ 100%
UI หลัก: มีปุ่มหรือ Tab สลับโหมดการทำงานระหว่าง "ดูตำแหน่งรถ" และ "โหมดคนขับ"
โหมดคนขับ:
มี Dropdown ให้เลือกรหัสรถ (เช่น รถคันที่ 1, รถคันที่ 2, ...)
มีปุ่ม "เริ่มส่งตำแหน่ง" และ "หยุดส่งตำแหน่ง"
เมื่อกดเริ่ม ให้ดึงข้อมูลพิกัด GPS ผ่าน navigator.geolocation.watchPosition และล็อก Dropdown เลือกรถ
แสดงสถานะการส่งข้อมูลให้คนขับเห็น (เช่น กำลังส่ง..., สำเร็จ, เกิดข้อผิดพลาด)
โหมดผู้ติดตาม:
แสดงแผนที่โดยใช้ Leaflet.js (แผนที่ OpenStreetMap ฟรี)
ดึงข้อมูลจาก Backend ทุกๆ 10 วินาที เพื่อมาแสดงหมุด (Marker) ของรถทุกคันบนแผนที่
หมุดของรถต้องเป็นไอคอนรูปการขนส่ง (เช่น รูปบรรทุก)
เมื่อคลิกที่หมุดรถ ต้องแสดง Popup บอกรหัสรถและเวลาที่อัปเดตล่าสุด
สำคัญ: ในการโหลดครั้งแรก ให้แผนที่ซูมและปรับหน้าจอให้เห็นหมุดรถครบทุกคันโดยอัตโนมัติ (fitBounds)
เงื่อนไขเพิ่มเติม:
เขียนโค้ด HTML, CSS (Tailwind), และ JS ทั้งหมดให้อยู่ในไฟล์ index.html ไฟล์เดียว
โค้ด Apps Script ทั้งหมดให้อยู่ในไฟล์ code.gs
ใส่คอมเมนต์อธิบายการทำงานในโค้ดให้ชัดเจน
บทบาท (Role):
ทำหน้าที่เป็น Full-stack Developer ที่เชี่ยวชาญด้าน Google Apps Script (GAS), HTML, JavaScript และ Tailwind CSS
เป้าหมาย (Objective):
เขียนโค้ดสำหรับ "ระบบลางานออนไลน์ (Leave Management System)" โดยใช้ Google Apps Script เป็น Backend และ Google Sheets เป็น Database
ข้อกำหนดทางเทคนิค (Technical Requirements):
เขียนโค้ดแบ่งเป็น 2 ไฟล์ ได้แก่ Code.gs (Backend) และ index.html (Frontend) ซึ่งทั้ง 2 ไฟล์นี้จะอยู่ในโปรเจกต์ Google Apps Script เดียวกัน
ให้เชื่อมต่อ Frontend และ Backend ผ่านคำสั่ง google.script.run เพื่อให้ไม่ต้องคัดลอก Web App URL มาใส่ในไฟล์ HTML (ดึงหน้าเว็บผ่าน HtmlService)
ออกแบบ UI ด้วย Tailwind CSS ให้ดูทันสมัย สะอาดตา และรองรับการใช้งานบนมือถือ (Responsive)
ใช้ฟอนต์ Prompt จาก Google Fonts
แบ่งหน้าจอออกเป็น 2 แท็บ (Tabs) สามารถคลิกสลับไปมาได้โดยไม่ต้องโหลดหน้าเว็บใหม่ ได้แก่ แท็บ "ส่งใบลา" และ แท็บ "สรุปรายเดือน"
รายละเอียดฟังก์ชันใน แท็บที่ 1: ส่งใบลา (Form)
มีฟอร์มรับข้อมูล: ชื่อ-นามสกุล (Text), แผนก (Dropdown: HR, IT, Marketing, Accounting), ประเภทการลา (Dropdown: ลาป่วย, ลากิจ, ลาพักร้อน), วันที่เริ่มลา (Date), วันที่สิ้นสุด (Date), เหตุผล (Textarea)
ตรวจสอบความถูกต้อง (Validation): วันสิ้นสุดการลาต้องไม่น้อยกว่าวันเริ่มต้น
เมื่อกดส่งข้อมูล ให้ปุ่มขึ้นสถานะ Loading และส่งข้อมูลไปบันทึกลง Google Sheets
ใน Google Sheets ให้บันทึก Timestamp (เวลาที่กดส่ง) และกำหนด Status เริ่มต้นเป็น "รออนุมัติ" ในคอลัมน์สุดท้าย
หากบันทึกสำเร็จ ให้แสดงข้อความแจ้งเตือนสีเขียว และเคลียร์ข้อมูลในฟอร์ม
รายละเอียดฟังก์ชันใน แท็บที่ 2: สรุปรายเดือน (Summary)
มีฟอร์มค้นหา: ชื่อ-นามสกุล (Text), และเดือนที่ต้องการดูสรุป (Input type="month")
เมื่อกดค้นหา ให้ไปดึงข้อมูลจาก Google Sheets
กรองข้อมูลโดย: ชื่อต้องตรงกัน, อยู่ในเดือนที่ระบุ (ดูจากวันที่เริ่มลา), และสถานะต้องไม่เป็น "ไม่อนุมัติ" หรือ "ปฏิเสธ"
คำนวณจำนวนวันลา (วันสิ้นสุด - วันเริ่มต้น + 1)
สรุปยอดรวมจำนวนวันลาแยกตามประเภท (ลาป่วย, ลากิจ, ลาพักร้อน) และแสดงผลเป็นตัวเลขแบบการ์ดสวยงามบนหน้าเว็บ
การจัดการ Database (Google Sheets):
ให้เขียนฟังก์ชันตรวจสอบว่ามี Sheet ชื่อ "LeaveRequests" หรือไม่ ถ้ายังไม่มีให้สร้างขึ้นมาใหม่พร้อมเขียน Header ในแถวแรกให้อัตโนมัติ
บทบาท (Role):
ทำหน้าที่เป็น Full-stack Developer ที่เชี่ยวชาญด้าน Google Apps Script (GAS), HTML, JavaScript และ Tailwind CSS
เป้าหมาย (Objective):
เขียนโค้ดสำหรับ "ระบบลางานออนไลน์ (Leave Management System)" โดยใช้ Google Apps Script เป็น Backend และ Google Sheets เป็น Database
ข้อกำหนดทางเทคนิค (Technical Requirements):
เขียนโค้ดแบ่งเป็น 2 ไฟล์ ได้แก่ Code.gs (Backend) และ index.html (Frontend) ซึ่งทั้ง 2 ไฟล์นี้จะอยู่ในโปรเจกต์ Google Apps Script เดียวกัน
ให้เชื่อมต่อ Frontend และ Backend ผ่านคำสั่ง google.script.run เพื่อให้ไม่ต้องคัดลอก Web App URL มาใส่ในไฟล์ HTML (ดึงหน้าเว็บผ่าน HtmlService)
ออกแบบ UI ด้วย Tailwind CSS ให้ดูทันสมัย สะอาดตา และรองรับการใช้งานบนมือถือ (Responsive)
ใช้ฟอนต์ Prompt จาก Google Fonts
แบ่งหน้าจอออกเป็น 2 แท็บ (Tabs) สามารถคลิกสลับไปมาได้โดยไม่ต้องโหลดหน้าเว็บใหม่ ได้แก่ แท็บ "ส่งใบลา" และ แท็บ "สรุปรายเดือน"
รายละเอียดฟังก์ชันใน แท็บที่ 1: ส่งใบลา (Form)
มีฟอร์มรับข้อมูล: ชื่อ-นามสกุล (Text), แผนก (Dropdown: HR, IT, Marketing, Accounting), ประเภทการลา (Dropdown: ลาป่วย, ลากิจ, ลาพักร้อน), วันที่เริ่มลา (Date), วันที่สิ้นสุด (Date), เหตุผล (Textarea)
ตรวจสอบความถูกต้อง (Validation): วันสิ้นสุดการลาต้องไม่น้อยกว่าวันเริ่มต้น
เมื่อกดส่งข้อมูล ให้ปุ่มขึ้นสถานะ Loading และส่งข้อมูลไปบันทึกลง Google Sheets
ใน Google Sheets ให้บันทึก Timestamp (เวลาที่กดส่ง) และกำหนด Status เริ่มต้นเป็น "รออนุมัติ" ในคอลัมน์สุดท้าย
หากบันทึกสำเร็จ ให้แสดงข้อความแจ้งเตือนสีเขียว และเคลียร์ข้อมูลในฟอร์ม
รายละเอียดฟังก์ชันใน แท็บที่ 2: สรุปรายเดือน (Summary)
มีฟอร์มค้นหา: ชื่อ-นามสกุล (Text), และเดือนที่ต้องการดูสรุป (Input type="month")
เมื่อกดค้นหา ให้ไปดึงข้อมูลจาก Google Sheets
กรองข้อมูลโดย: ชื่อต้องตรงกัน, อยู่ในเดือนที่ระบุ (ดูจากวันที่เริ่มลา), และสถานะต้องไม่เป็น "ไม่อนุมัติ" หรือ "ปฏิเสธ"
คำนวณจำนวนวันลา (วันสิ้นสุด - วันเริ่มต้น + 1)
สรุปยอดรวมจำนวนวันลาแยกตามประเภท (ลาป่วย, ลากิจ, ลาพักร้อน) และแสดงผลเป็นตัวเลขแบบการ์ดสวยงามบนหน้าเว็บ
การจัดการ Database (Google Sheets):
ให้เขียนฟังก์ชันตรวจสอบว่ามี Sheet ชื่อ "LeaveRequests" หรือไม่ ถ้ายังไม่มีให้สร้างขึ้นมาใหม่พร้อมเขียน Header ในแถวแรกให้อัตโนมัติ
สวมบทบาทเป็น: ผู้เชี่ยวชาญด้าน Web Development และ Google Apps Script
งานของคุณคือ: สร้างระบบติดตามงบประมาณคงเหลือ (Budget Tracker) แบบ Real-time ในรูปแบบ Web Application ที่ใช้ Google Sheets เป็นฐานข้อมูล
เทคโนโลยีที่ใช้:
- Frontend: HTML, CSS, JavaScript
- Framework/Libraries: Bootstrap 5 (สำหรับ Layout และ Responsive), FontAwesome (สำหรับไอคอน), SweetAlert2 (สำหรับการแจ้งเตือน UI), Google Fonts (ฟอนต์ Sarabun)
- Backend: Google Apps Script (Code.gs)
- Database: Google Sheets
ข้อกำหนดด้านการออกแบบ (Design & UI):
1. ใช้โทนสีฟ้าเป็นหลัก (Primary Blue, Light Blue, Dark Blue) ดูสะอาดตาและทันสมัย
2. กำหนด Font-family ของทั้งหน้าเว็บเป็น "Sarabun"
3. ออกแบบให้รองรับการแสดงผลทุกหน้าจอ (Responsive) ใช้งานบนมือถือได้สะดวก
4. มี Loading Spinner แสดงระหว่างรอข้อมูล
ฟีเจอร์และการทำงานหลัก:
1. ส่วน Dashboard (แสดงสถิติ):
- มีการ์ด 3 ใบ แสดง: รายรับทั้งหมด, รายจ่ายทั้งหมด, และ งบประมาณคงเหลือ
- ตัวเลขมีการใส่คอมม่าและทศนิยม 2 ตำแหน่ง
2. ส่วนฟอร์มบันทึกข้อมูล (Form):
- มี Dropdown เลือกประเภท: "รายรับ" หรือ "รายจ่าย"
- มี Text input สำหรับกรอก "รายละเอียด"
- มี Number input สำหรับกรอก "จำนวนเงิน"
- เมื่อกดปุ่ม "บันทึก" ปุ่มจะต้องถูก Disable เพื่อป้องกันการกดซ้ำ และแสดงสถานะกำลังโหลด
3. ส่วนตารางประวัติ (History Table):
- แสดงประวัติการทำรายการล่าสุด (ดึงมา 50 รายการ)
- คอลัมน์ประกอบด้วย: วันที่เวลา, ประเภท (ใส่ Badge สีเขียว/แดง), รายละเอียด, และจำนวนเงิน (สีเขียวสำหรับรายรับ, สีแดงสำหรับรายจ่าย)
- หากไม่มีข้อมูลให้แสดงหน้า Empty State ว่า "ยังไม่มีข้อมูลรายการ"
ระบบหลังบ้าน (Apps Script & การโต้ตอบ):
1. การทำงานต้องเป็นแบบ SPA (Single Page Application) หน้าเว็บต้องไม่โหลดใหม่ (No refresh) เมื่อทำการบันทึกข้อมูล
2. ใช้ google.script.run ในการสื่อสารระหว่าง Frontend และ Backend
3. เมื่อบันทึกข้อมูลสำเร็จ ให้แสดงแจ้งเตือน (Popup) ด้วย SweetAlert2 ว่าบันทึกสำเร็จ พร้อมล้างค่าในฟอร์ม และอัปเดตข้อมูล Dashboard กับ Table ทันที
4. หากเกิด Error ให้แสดงแจ้งเตือนด้วย SweetAlert2
5. ฟังก์ชัน Backend ต้องรองรับการดึงข้อมูลเพื่อสรุปยอด และการเพิ่มแถวข้อมูลใหม่ลงใน Google Sheets
สิ่งที่ต้องส่งมอบ:
1. ไฟล์ Code.gs (สำหรับฝั่ง Backend)
2. ไฟล์ index.html (สำหรับฝั่ง Frontend)
3. คู่มือการติดตั้งและ Deploy บน Google Sheets แบบเป็นขั้นตอน (Markdown)
สวมบทบาทเป็น: ผู้เชี่ยวชาญด้าน Web Development และ Google Apps Script
งานของคุณคือ: สร้างระบบติดตามงบประมาณคงเหลือ (Budget Tracker) แบบ Real-time ในรูปแบบ Web Application ที่ใช้ Google Sheets เป็นฐานข้อมูล
เทคโนโลยีที่ใช้:
- Frontend: HTML, CSS, JavaScript
- Framework/Libraries: Bootstrap 5 (สำหรับ Layout และ Responsive), FontAwesome (สำหรับไอคอน), SweetAlert2 (สำหรับการแจ้งเตือน UI), Google Fonts (ฟอนต์ Sarabun)
- Backend: Google Apps Script (Code.gs)
- Database: Google Sheets
ข้อกำหนดด้านการออกแบบ (Design & UI):
1. ใช้โทนสีฟ้าเป็นหลัก (Primary Blue, Light Blue, Dark Blue) ดูสะอาดตาและทันสมัย
2. กำหนด Font-family ของทั้งหน้าเว็บเป็น "Sarabun"
3. ออกแบบให้รองรับการแสดงผลทุกหน้าจอ (Responsive) ใช้งานบนมือถือได้สะดวก
4. มี Loading Spinner แสดงระหว่างรอข้อมูล
ฟีเจอร์และการทำงานหลัก:
1. ส่วน Dashboard (แสดงสถิติ):
- มีการ์ด 3 ใบ แสดง: รายรับทั้งหมด, รายจ่ายทั้งหมด, และ งบประมาณคงเหลือ
- ตัวเลขมีการใส่คอมม่าและทศนิยม 2 ตำแหน่ง
2. ส่วนฟอร์มบันทึกข้อมูล (Form):
- มี Dropdown เลือกประเภท: "รายรับ" หรือ "รายจ่าย"
- มี Text input สำหรับกรอก "รายละเอียด"
- มี Number input สำหรับกรอก "จำนวนเงิน"
- เมื่อกดปุ่ม "บันทึก" ปุ่มจะต้องถูก Disable เพื่อป้องกันการกดซ้ำ และแสดงสถานะกำลังโหลด
3. ส่วนตารางประวัติ (History Table):
- แสดงประวัติการทำรายการล่าสุด (ดึงมา 50 รายการ)
- คอลัมน์ประกอบด้วย: วันที่เวลา, ประเภท (ใส่ Badge สีเขียว/แดง), รายละเอียด, และจำนวนเงิน (สีเขียวสำหรับรายรับ, สีแดงสำหรับรายจ่าย)
- หากไม่มีข้อมูลให้แสดงหน้า Empty State ว่า "ยังไม่มีข้อมูลรายการ"
ระบบหลังบ้าน (Apps Script & การโต้ตอบ):
1. การทำงานต้องเป็นแบบ SPA (Single Page Application) หน้าเว็บต้องไม่โหลดใหม่ (No refresh) เมื่อทำการบันทึกข้อมูล
2. ใช้ google.script.run ในการสื่อสารระหว่าง Frontend และ Backend
3. เมื่อบันทึกข้อมูลสำเร็จ ให้แสดงแจ้งเตือน (Popup) ด้วย SweetAlert2 ว่าบันทึกสำเร็จ พร้อมล้างค่าในฟอร์ม และอัปเดตข้อมูล Dashboard กับ Table ทันที
4. หากเกิด Error ให้แสดงแจ้งเตือนด้วย SweetAlert2
5. ฟังก์ชัน Backend ต้องรองรับการดึงข้อมูลเพื่อสรุปยอด และการเพิ่มแถวข้อมูลใหม่ลงใน Google Sheets
สิ่งที่ต้องส่งมอบ:
1. ไฟล์ Code.gs (สำหรับฝั่ง Backend)
2. ไฟล์ index.html (สำหรับฝั่ง Frontend)
3. คู่มือการติดตั้งและ Deploy บน Google Sheets แบบเป็นขั้นตอน (Markdown)
"ช่วยสร้างระบบคลังรูปภาพกิจกรรมสำหรับหน่วยงาน โดยใช้ Google Apps Script เป็น Backend และหน้าเว็บ HTML/Tailwind CSS เป็น Frontend โดยมีเงื่อนไขดังนี้:
1. โครงสร้างข้อมูล (Google Sheet):
ใช้ตารางที่มีคอลัมน์: Date, Title, Description, Category, ImageURL, และ Status
ให้สร้างฟังก์ชันใน Code.gs เพื่อดึงข้อมูลจากแผ่นงานชื่อ 'Gallery' และส่งออกเป็น JSON Object
2. ส่วนแสดงผล (Frontend):
ดีไซน์หน้าเว็บให้ทันสมัยแบบ Card Grid Layout โดยใช้ Tailwind CSS
ใช้ฟอนต์ 'Prompt' หรือ 'Kanit' เพื่อความสวยงามและอ่านง่าย
รองรับการแสดงผลบนมือถือ (Responsive Design)
มีระบบ Loading Spinner ระหว่างรอข้อมูล และแสดงข้อความแจ้งเตือนหากไม่พบข้อมูล
มีฟังก์ชันแปลงลิงก์ Google Drive อัตโนมัติ (จากลิงก์แชร์ปกติ ให้กลายเป็น Direct Link สำหรับแสดงรูปภาพ)
3. ฟีเจอร์เพิ่มเติม:
เมื่อคลิกที่รูปภาพ ให้แสดงรูปขยายใหญ่ (Lightbox Modal) พร้อมรายละเอียดกิจกรรม
มีระบบคัดกรองเบื้องต้น โดยไม่แสดงแถวที่มีสถานะเป็น 'ซ่อน' (Status = 'ซ่อน')
ขอโค้ดที่แยกส่วนชัดเจนระหว่าง Code.gs และ Index.html พร้อมคำอธิบายขั้นตอนการติดตั้ง (Deploy) อย่างละเอียด"
"ช่วยสร้างระบบคลังรูปภาพกิจกรรมสำหรับหน่วยงาน โดยใช้ Google Apps Script เป็น Backend และหน้าเว็บ HTML/Tailwind CSS เป็น Frontend โดยมีเงื่อนไขดังนี้:
1. โครงสร้างข้อมูล (Google Sheet):
ใช้ตารางที่มีคอลัมน์: Date, Title, Description, Category, ImageURL, และ Status
ให้สร้างฟังก์ชันใน Code.gs เพื่อดึงข้อมูลจากแผ่นงานชื่อ 'Gallery' และส่งออกเป็น JSON Object
2. ส่วนแสดงผล (Frontend):
ดีไซน์หน้าเว็บให้ทันสมัยแบบ Card Grid Layout โดยใช้ Tailwind CSS
ใช้ฟอนต์ 'Prompt' หรือ 'Kanit' เพื่อความสวยงามและอ่านง่าย
รองรับการแสดงผลบนมือถือ (Responsive Design)
มีระบบ Loading Spinner ระหว่างรอข้อมูล และแสดงข้อความแจ้งเตือนหากไม่พบข้อมูล
มีฟังก์ชันแปลงลิงก์ Google Drive อัตโนมัติ (จากลิงก์แชร์ปกติ ให้กลายเป็น Direct Link สำหรับแสดงรูปภาพ)
3. ฟีเจอร์เพิ่มเติม:
เมื่อคลิกที่รูปภาพ ให้แสดงรูปขยายใหญ่ (Lightbox Modal) พร้อมรายละเอียดกิจกรรม
มีระบบคัดกรองเบื้องต้น โดยไม่แสดงแถวที่มีสถานะเป็น 'ซ่อน' (Status = 'ซ่อน')
ขอโค้ดที่แยกส่วนชัดเจนระหว่าง Code.gs และ Index.html พร้อมคำอธิบายขั้นตอนการติดตั้ง (Deploy) อย่างละเอียด"
สร้าง เว็บแอปพลิเคชันระบบติดตามนักเรียนที่ต้องซ่อมเสริม (Remedial Student Tracking System) สำหรับโรงเรียน โดยออกแบบให้เป็น Single Page Application (SPA) ใช้งานง่าย รองรับมือถือ และมีดีไซน์ทันสมัย เรียบหรู โทนสีการศึกษา เช่น น้ำเงิน ขาว เทา
โครงสร้างระบบ
ระบบนี้ใช้สำหรับ บันทึก ติดตาม และสรุปผลนักเรียนที่ต้องซ่อมเสริม เช่น นักเรียนที่ติด 0, ร, มส
หน้าในระบบ
1. หน้าแดชบอร์ด (Dashboard)
แสดงสถิติภาพรวม เช่น
• จำนวนนักเรียนที่ต้องซ่อมเสริมทั้งหมด
• จำนวนที่แก้ไขแล้ว
• จำนวนที่ยังไม่แก้ไข
• กราฟแสดงสถานะการแก้ไข
2. หน้าบันทึกข้อมูลนักเรียน
มีฟอร์มกรอกข้อมูล เช่น
• รหัสนักเรียน
• ชื่อ–นามสกุล
• ชั้น / ห้อง
• รายวิชา
• ครูผู้สอน
• สถานะปัญหา (0 / ร / มส)
• สาเหตุที่ต้องซ่อมเสริม
• วันที่นัดซ่อมเสริม
• วิธีการซ่อมเสริม
• สถานะการแก้ไข (ยังไม่แก้ / กำลังดำเนินการ / แก้ไขแล้ว)
มีปุ่ม
• บันทึกข้อมูล
• แก้ไข
• ลบข้อมูล
3. หน้ารายชื่อนักเรียนที่ต้องซ่อมเสริม
แสดงเป็น ตารางข้อมูล พร้อมความสามารถ
• ค้นหาชื่อนักเรียน
• กรองตามระดับชั้น
• กรองตามสถานะ (0 / ร / มส)
• กรองตามสถานะการแก้ไข
ในตารางแสดง
• รหัสนักเรียน
• ชื่อ
• ชั้น
• วิชา
• สถานะ
• วันที่นัดซ่อม
• สถานะการแก้ไข
• ปุ่มแก้ไขข้อมูล
4. หน้าสรุปรายงาน
แสดงรายงาน เช่น
• จำนวนนักเรียนติด 0
• จำนวนนักเรียนติด ร
• จำนวนนักเรียนติด มส
• รายวิชาที่มีนักเรียนต้องซ่อมมากที่สุด
• กราฟสรุปผล
มีปุ่ม
• Export รายงานเป็น Excel
• พิมพ์รายงาน
ฟีเจอร์เพิ่มเติม
• ระบบค้นหาแบบ Real-time
• ระบบกรองข้อมูล
• ตารางสวยงามแบบ Responsive
• มี Notification แจ้งเตือนนักเรียนที่ยังไม่แก้ไข
• UI สวยงาม ใช้ Card และ Icon
เทคโนโลยีที่ใช้
• HTML
• CSS (Bootstrap / Tailwind)
• JavaScript
• รองรับการเชื่อมต่อ Google Sheets เป็นฐานข้อมูล
การออกแบบ UI
• ดีไซน์ทันสมัยสำหรับโรงเรียน
• ใช้ Card Dashboard
• ตารางข้อมูลอ่านง่าย
• รองรับการใช้งานบนมือถือ
สร้าง เว็บแอปพลิเคชันระบบติดตามนักเรียนที่ต้องซ่อมเสริม (Remedial Student Tracking System) สำหรับโรงเรียน โดยออกแบบให้เป็น Single Page Application (SPA) ใช้งานง่าย รองรับมือถือ และมีดีไซน์ทันสมัย เรียบหรู โทนสีการศึกษา เช่น น้ำเงิน ขาว เทา
โครงสร้างระบบ
ระบบนี้ใช้สำหรับ บันทึก ติดตาม และสรุปผลนักเรียนที่ต้องซ่อมเสริม เช่น นักเรียนที่ติด 0, ร, มส
หน้าในระบบ
1. หน้าแดชบอร์ด (Dashboard)
แสดงสถิติภาพรวม เช่น
• จำนวนนักเรียนที่ต้องซ่อมเสริมทั้งหมด
• จำนวนที่แก้ไขแล้ว
• จำนวนที่ยังไม่แก้ไข
• กราฟแสดงสถานะการแก้ไข
2. หน้าบันทึกข้อมูลนักเรียน
มีฟอร์มกรอกข้อมูล เช่น
• รหัสนักเรียน
• ชื่อ–นามสกุล
• ชั้น / ห้อง
• รายวิชา
• ครูผู้สอน
• สถานะปัญหา (0 / ร / มส)
• สาเหตุที่ต้องซ่อมเสริม
• วันที่นัดซ่อมเสริม
• วิธีการซ่อมเสริม
• สถานะการแก้ไข (ยังไม่แก้ / กำลังดำเนินการ / แก้ไขแล้ว)
มีปุ่ม
• บันทึกข้อมูล
• แก้ไข
• ลบข้อมูล
3. หน้ารายชื่อนักเรียนที่ต้องซ่อมเสริม
แสดงเป็น ตารางข้อมูล พร้อมความสามารถ
• ค้นหาชื่อนักเรียน
• กรองตามระดับชั้น
• กรองตามสถานะ (0 / ร / มส)
• กรองตามสถานะการแก้ไข
ในตารางแสดง
• รหัสนักเรียน
• ชื่อ
• ชั้น
• วิชา
• สถานะ
• วันที่นัดซ่อม
• สถานะการแก้ไข
• ปุ่มแก้ไขข้อมูล
4. หน้าสรุปรายงาน
แสดงรายงาน เช่น
• จำนวนนักเรียนติด 0
• จำนวนนักเรียนติด ร
• จำนวนนักเรียนติด มส
• รายวิชาที่มีนักเรียนต้องซ่อมมากที่สุด
• กราฟสรุปผล
มีปุ่ม
• Export รายงานเป็น Excel
• พิมพ์รายงาน
ฟีเจอร์เพิ่มเติม
• ระบบค้นหาแบบ Real-time
• ระบบกรองข้อมูล
• ตารางสวยงามแบบ Responsive
• มี Notification แจ้งเตือนนักเรียนที่ยังไม่แก้ไข
• UI สวยงาม ใช้ Card และ Icon
เทคโนโลยีที่ใช้
• HTML
• CSS (Bootstrap / Tailwind)
• JavaScript
• รองรับการเชื่อมต่อ Google Sheets เป็นฐานข้อมูล
การออกแบบ UI
• ดีไซน์ทันสมัยสำหรับโรงเรียน
• ใช้ Card Dashboard
• ตารางข้อมูลอ่านง่าย
• รองรับการใช้งานบนมือถือ
สร้าง Web Application สำหรับ “ระบบรายงานการเรียนต่อของนักเรียนชั้น ม.6”
โดยไม่ต้องมีระบบ Login ใช้งานผ่านลิงก์เดียวได้ทันที
🎯 วัตถุประสงค์
ให้นักเรียนกรอกข้อมูลการศึกษาต่อหลังจบ ม.6 เพื่อให้โรงเรียนรวบรวมและสรุปสถิติได้
👨🎓 หน้าแรก (Student Form)
ออกแบบฟอร์มให้ใช้งานง่าย รองรับมือถือ มีหัวข้อดังนี้
1. เลขประจำตัวนักเรียน
2. ชื่อ-นามสกุล
3. ห้องเรียน
4. แผนการเรียน
5. สถานะการเรียนต่อ (Dropdown)
- ศึกษาต่อมหาวิทยาลัย
- วิทยาลัย/อาชีวศึกษา
- ทำงาน
- ยังไม่ตัดสินใจ
- อื่น ๆ
6. ชื่อสถาบันการศึกษาที่เรียนต่อ
7. คณะ / สาขา
8. จังหวัด
9. ประเภทมหาวิทยาลัย
- รัฐบาล
- เอกชน
- ต่างประเทศ
10. แนบหลักฐาน (Upload รูปภาพ/ไฟล์)
11. เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
12. หมายเหตุเพิ่มเติม
✅ ปุ่ม “บันทึกข้อมูล”
หลังบันทึกให้แสดงข้อความ:
“บันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณครับ/ค่ะ”
---
📊 หน้าแอดมิน (ไม่ต้อง Login แต่เข้าผ่านลิงก์เฉพาะ)
แสดง Dashboard สรุปข้อมูลอัตโนมัติ ได้แก่
- จำนวนผู้กรอกทั้งหมด
- กราฟสรุปประเภทการเรียนต่อ
- สรุปมหาวิทยาลัยยอดนิยม
- แยกตามห้องเรียน
- ตารางข้อมูลทั้งหมด (ค้นหาได้)
---
💾 ระบบหลังบ้าน
- เก็บข้อมูลใน Google Sheets
- บันทึกวันและเวลาอัตโนมัติ
- ป้องกันข้อมูลซ้ำด้วยเลขประจำตัวนักเรียน
- ส่งข้อมูลแบบ Real-time
---
🎨 การออกแบบ
- โทนสีการศึกษา ทันสมัย
- UI เรียบง่าย อ่านง่าย
- รองรับมือถือ 100%
- ใช้ Card Layout และ Icon การศึกษา
สร้าง Web Application สำหรับ “ระบบรายงานการเรียนต่อของนักเรียนชั้น ม.6”
โดยไม่ต้องมีระบบ Login ใช้งานผ่านลิงก์เดียวได้ทันที
🎯 วัตถุประสงค์
ให้นักเรียนกรอกข้อมูลการศึกษาต่อหลังจบ ม.6 เพื่อให้โรงเรียนรวบรวมและสรุปสถิติได้
👨🎓 หน้าแรก (Student Form)
ออกแบบฟอร์มให้ใช้งานง่าย รองรับมือถือ มีหัวข้อดังนี้
1. เลขประจำตัวนักเรียน
2. ชื่อ-นามสกุล
3. ห้องเรียน
4. แผนการเรียน
5. สถานะการเรียนต่อ (Dropdown)
- ศึกษาต่อมหาวิทยาลัย
- วิทยาลัย/อาชีวศึกษา
- ทำงาน
- ยังไม่ตัดสินใจ
- อื่น ๆ
6. ชื่อสถาบันการศึกษาที่เรียนต่อ
7. คณะ / สาขา
8. จังหวัด
9. ประเภทมหาวิทยาลัย
- รัฐบาล
- เอกชน
- ต่างประเทศ
10. แนบหลักฐาน (Upload รูปภาพ/ไฟล์)
11. เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
12. หมายเหตุเพิ่มเติม
✅ ปุ่ม “บันทึกข้อมูล”
หลังบันทึกให้แสดงข้อความ:
“บันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณครับ/ค่ะ”
---
📊 หน้าแอดมิน (ไม่ต้อง Login แต่เข้าผ่านลิงก์เฉพาะ)
แสดง Dashboard สรุปข้อมูลอัตโนมัติ ได้แก่
- จำนวนผู้กรอกทั้งหมด
- กราฟสรุปประเภทการเรียนต่อ
- สรุปมหาวิทยาลัยยอดนิยม
- แยกตามห้องเรียน
- ตารางข้อมูลทั้งหมด (ค้นหาได้)
---
💾 ระบบหลังบ้าน
- เก็บข้อมูลใน Google Sheets
- บันทึกวันและเวลาอัตโนมัติ
- ป้องกันข้อมูลซ้ำด้วยเลขประจำตัวนักเรียน
- ส่งข้อมูลแบบ Real-time
---
🎨 การออกแบบ
- โทนสีการศึกษา ทันสมัย
- UI เรียบง่าย อ่านง่าย
- รองรับมือถือ 100%
- ใช้ Card Layout และ Icon การศึกษา
สร้างระบบเว็บแอปพลิเคชันชื่อ
“ระบบรายงานผลการเรียนติด 0 ร มส ออนไลน์”
วัตถุประสงค์:
ใช้สำหรับครูประจำวิชาและครูที่ปรึกษาในการบันทึก ติดตาม และสรุปรายชื่อนักเรียนที่ติด 0 ร และ มส แบบออนไลน์ ใช้งานง่าย รองรับมือถือ และสามารถส่งออกข้อมูลได้
โครงสร้างระบบ:
1️⃣ หน้าเข้าสู่ระบบ (Login)
• เข้าสู่ระบบด้วยอีเมลโรงเรียน
• แยกระดับสิทธิ์: ผู้ดูแลระบบ / ครูผู้สอน / ครูที่ปรึกษา
2️⃣ หน้าแดชบอร์ด (Dashboard)
• แสดงจำนวนรวม
• นักเรียนติด 0
• นักเรียนติด ร
• นักเรียนติด มส
• กราฟสรุปภาพรวมแยกตามระดับชั้น
• ปุ่มเพิ่มข้อมูลใหม่
3️⃣ หน้าบันทึกข้อมูลนักเรียน
แบบฟอร์มกรอกข้อมูล:
• ชื่อ-สกุล
• เลขที่
• ห้องเรียน
• ระดับชั้น
• รายวิชา
• ครูผู้สอน
• ประเภทผลการเรียน (เลือก 0 / ร / มส)
• สาเหตุ
• แนวทางแก้ไข
• กำหนดส่งงานแก้ตัว
• สถานะ (ยังไม่แก้ไข / ส่งแล้ว / ผ่านแล้ว)
4️⃣ หน้าค้นหาและติดตามผล
• ค้นหาจากชื่อ / ห้อง / วิชา
• ฟิลเตอร์ตามประเภท (0 / ร / มส)
• แสดงสถานะสี เช่น
• สีแดง = ยังไม่แก้ไข
• สีเหลือง = รอตรวจ
• สีเขียว = ผ่านแล้ว
5️⃣ หน้ารายงานสรุป
• สรุปเป็นรายห้อง
• สรุปเป็นรายวิชา
• Export เป็น PDF หรือ Excel
• ปุ่มพิมพ์รายงาน
การออกแบบ:
• โทนสีสุภาพ เช่น น้ำเงิน-ขาว
• เรียบง่าย ทันสมัย ใช้งานง่าย (User Friendly)
• รองรับการใช้งานผ่านมือถือ (Responsive)
• ใช้ไอคอนเข้าใจง่าย
• มีเมนูด้านข้าง (Sidebar)
เทคโนโลยีที่แนะนำ:
• เชื่อมต่อ Google Sheets สำหรับเก็บข้อมูล
• ใช้งานร่วมกับ Google Apps Script
• สามารถแจ้งเตือนผ่าน LINE หรือ Telegram เมื่อมีนักเรียนติด 0 ร มส ใหม่
กลุ่มเป้าหมาย:
โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา
สร้างระบบเว็บแอปพลิเคชันชื่อ
“ระบบรายงานผลการเรียนติด 0 ร มส ออนไลน์”
วัตถุประสงค์:
ใช้สำหรับครูประจำวิชาและครูที่ปรึกษาในการบันทึก ติดตาม และสรุปรายชื่อนักเรียนที่ติด 0 ร และ มส แบบออนไลน์ ใช้งานง่าย รองรับมือถือ และสามารถส่งออกข้อมูลได้
โครงสร้างระบบ:
1️⃣ หน้าเข้าสู่ระบบ (Login)
• เข้าสู่ระบบด้วยอีเมลโรงเรียน
• แยกระดับสิทธิ์: ผู้ดูแลระบบ / ครูผู้สอน / ครูที่ปรึกษา
2️⃣ หน้าแดชบอร์ด (Dashboard)
• แสดงจำนวนรวม
• นักเรียนติด 0
• นักเรียนติด ร
• นักเรียนติด มส
• กราฟสรุปภาพรวมแยกตามระดับชั้น
• ปุ่มเพิ่มข้อมูลใหม่
3️⃣ หน้าบันทึกข้อมูลนักเรียน
แบบฟอร์มกรอกข้อมูล:
• ชื่อ-สกุล
• เลขที่
• ห้องเรียน
• ระดับชั้น
• รายวิชา
• ครูผู้สอน
• ประเภทผลการเรียน (เลือก 0 / ร / มส)
• สาเหตุ
• แนวทางแก้ไข
• กำหนดส่งงานแก้ตัว
• สถานะ (ยังไม่แก้ไข / ส่งแล้ว / ผ่านแล้ว)
4️⃣ หน้าค้นหาและติดตามผล
• ค้นหาจากชื่อ / ห้อง / วิชา
• ฟิลเตอร์ตามประเภท (0 / ร / มส)
• แสดงสถานะสี เช่น
• สีแดง = ยังไม่แก้ไข
• สีเหลือง = รอตรวจ
• สีเขียว = ผ่านแล้ว
5️⃣ หน้ารายงานสรุป
• สรุปเป็นรายห้อง
• สรุปเป็นรายวิชา
• Export เป็น PDF หรือ Excel
• ปุ่มพิมพ์รายงาน
การออกแบบ:
• โทนสีสุภาพ เช่น น้ำเงิน-ขาว
• เรียบง่าย ทันสมัย ใช้งานง่าย (User Friendly)
• รองรับการใช้งานผ่านมือถือ (Responsive)
• ใช้ไอคอนเข้าใจง่าย
• มีเมนูด้านข้าง (Sidebar)
เทคโนโลยีที่แนะนำ:
• เชื่อมต่อ Google Sheets สำหรับเก็บข้อมูล
• ใช้งานร่วมกับ Google Apps Script
• สามารถแจ้งเตือนผ่าน LINE หรือ Telegram เมื่อมีนักเรียนติด 0 ร มส ใหม่
กลุ่มเป้าหมาย:
โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา
สร้างเว็บไซต์ระบบยื่นคำร้องขอเอกสารการศึกษาแบบ Web Application
โทนสีสุภาพ ทางราชการ ใช้งานง่าย (User-Friendly) รองรับมือถือ (Responsive Design)
🏫 ข้อมูลหน่วยงาน
ชื่อหน่วยงาน: โรงเรียน…………………….
ฝ่ายงาน: งานทะเบียนวัดผล
โลโก้: (ให้อัปโหลดโลโก้โรงเรียนภายหลัง)
⸻
🖥 โครงสร้างระบบ
1️⃣ หน้าแรก (Home Page)
• แบนเนอร์หัวข้อ “ระบบยื่นคำร้องขอเอกสารการศึกษาออนไลน์”
• คำอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับบริการ
• ปุ่มกด “ยื่นคำร้อง”
• ปุ่ม “ตรวจสอบสถานะคำร้อง”
• ส่วนแสดงขั้นตอนการให้บริการ (Step 1–4)
⸻
2️⃣ หน้าแบบฟอร์มยื่นคำร้อง (Request Form)
สร้างฟอร์มกรอกข้อมูลดังนี้:
ข้อมูลผู้ยื่นคำร้อง
• คำนำหน้า (Dropdown)
• ชื่อ-นามสกุล
• เลขบัตรประชาชน
• วันเดือนปีเกิด
• เบอร์โทรศัพท์
• อีเมล
ข้อมูลการศึกษา
• ระดับชั้นที่จบ
• ปีการศึกษาที่จบ
• เลขประจำตัวนักเรียน (ถ้ามี)
ประเภทเอกสารที่ขอ (Checkbox เลือกได้หลายรายการ)
• ใบรับรองสถานภาพนักเรียน
• ใบรับรองผลการเรียน (ปพ.7)
• ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1)
• ใบแทนประกาศนียบัตร
• อื่น ๆ (ระบุเพิ่มเติม)
รายละเอียดเพิ่มเติม
• จำนวนฉบับที่ต้องการ
• วัตถุประสงค์ในการนำไปใช้
• วิธีรับเอกสาร (มารับเอง / จัดส่งไปรษณีย์)
ปุ่ม:
• ส่งคำร้อง
• ล้างข้อมูล
⸻
3️⃣ ระบบแจ้งเตือน
• เมื่อกดส่งคำร้อง ให้แสดงข้อความ:
“ระบบได้รับคำร้องของท่านเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการภายใน 3 วันทำการ”
• แสดงเลขที่คำร้องอัตโนมัติ (เช่น DOC-2026-0001)
⸻
4️⃣ หน้าตรวจสอบสถานะ
ให้ผู้ใช้กรอก:
• เลขที่คำร้อง
• เลขบัตรประชาชน
แสดงผลสถานะ:
• รอดำเนินการ
• กำลังจัดทำเอกสาร
• ดำเนินการเสร็จสิ้น
• จัดส่งแล้ว
⸻
⚙️ การเชื่อมต่อข้อมูล
ออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อกับ:
• Google Sheets (เก็บข้อมูลคำร้อง)
• ส่งแจ้งเตือนผ่าน Email
• รองรับการเชื่อมต่อ LINE Notify หรือ Telegram
⸻
🎨 ดีไซน์
• โทนสีฟ้า/น้ำเงินทางราชการ
• ใช้ไอคอนเอกสารและการศึกษา
• มี Animation เล็กน้อยเวลาเปลี่ยนหน้า
• จัดวางแบบเป็นระเบียบ อ่านง่าย
⸻
🔒 ความปลอดภัย
• มีข้อความแจ้งเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
• ข้อมูลถูกเก็บอย่างปลอดภัย
สร้างเว็บไซต์ระบบยื่นคำร้องขอเอกสารการศึกษาแบบ Web Application
โทนสีสุภาพ ทางราชการ ใช้งานง่าย (User-Friendly) รองรับมือถือ (Responsive Design)
🏫 ข้อมูลหน่วยงาน
ชื่อหน่วยงาน: โรงเรียน…………………….
ฝ่ายงาน: งานทะเบียนวัดผล
โลโก้: (ให้อัปโหลดโลโก้โรงเรียนภายหลัง)
⸻
🖥 โครงสร้างระบบ
1️⃣ หน้าแรก (Home Page)
• แบนเนอร์หัวข้อ “ระบบยื่นคำร้องขอเอกสารการศึกษาออนไลน์”
• คำอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับบริการ
• ปุ่มกด “ยื่นคำร้อง”
• ปุ่ม “ตรวจสอบสถานะคำร้อง”
• ส่วนแสดงขั้นตอนการให้บริการ (Step 1–4)
⸻
2️⃣ หน้าแบบฟอร์มยื่นคำร้อง (Request Form)
สร้างฟอร์มกรอกข้อมูลดังนี้:
ข้อมูลผู้ยื่นคำร้อง
• คำนำหน้า (Dropdown)
• ชื่อ-นามสกุล
• เลขบัตรประชาชน
• วันเดือนปีเกิด
• เบอร์โทรศัพท์
• อีเมล
ข้อมูลการศึกษา
• ระดับชั้นที่จบ
• ปีการศึกษาที่จบ
• เลขประจำตัวนักเรียน (ถ้ามี)
ประเภทเอกสารที่ขอ (Checkbox เลือกได้หลายรายการ)
• ใบรับรองสถานภาพนักเรียน
• ใบรับรองผลการเรียน (ปพ.7)
• ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1)
• ใบแทนประกาศนียบัตร
• อื่น ๆ (ระบุเพิ่มเติม)
รายละเอียดเพิ่มเติม
• จำนวนฉบับที่ต้องการ
• วัตถุประสงค์ในการนำไปใช้
• วิธีรับเอกสาร (มารับเอง / จัดส่งไปรษณีย์)
ปุ่ม:
• ส่งคำร้อง
• ล้างข้อมูล
⸻
3️⃣ ระบบแจ้งเตือน
• เมื่อกดส่งคำร้อง ให้แสดงข้อความ:
“ระบบได้รับคำร้องของท่านเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการภายใน 3 วันทำการ”
• แสดงเลขที่คำร้องอัตโนมัติ (เช่น DOC-2026-0001)
⸻
4️⃣ หน้าตรวจสอบสถานะ
ให้ผู้ใช้กรอก:
• เลขที่คำร้อง
• เลขบัตรประชาชน
แสดงผลสถานะ:
• รอดำเนินการ
• กำลังจัดทำเอกสาร
• ดำเนินการเสร็จสิ้น
• จัดส่งแล้ว
⸻
⚙️ การเชื่อมต่อข้อมูล
ออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อกับ:
• Google Sheets (เก็บข้อมูลคำร้อง)
• ส่งแจ้งเตือนผ่าน Email
• รองรับการเชื่อมต่อ LINE Notify หรือ Telegram
⸻
🎨 ดีไซน์
• โทนสีฟ้า/น้ำเงินทางราชการ
• ใช้ไอคอนเอกสารและการศึกษา
• มี Animation เล็กน้อยเวลาเปลี่ยนหน้า
• จัดวางแบบเป็นระเบียบ อ่านง่าย
⸻
🔒 ความปลอดภัย
• มีข้อความแจ้งเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
• ข้อมูลถูกเก็บอย่างปลอดภัย